ม.พะเยา ลงพื้นที่ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุ จังหวัดพะเยา

เมื่อเร็วๆนี้ คณาจารย์และนิสิตสาขาวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ นำโดย อาจารย์กมลพงศ์ รัตนสงวนวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด พร้อมด้วย ดร.ธัญทิพย์ คฤหโยธิน, อาจารย์บุรินทร์ บัณฑะวงค์ และอาจารย์ชาญชัย พรมมิ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด ได้ลงพื้นที่ดำเนินโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เรื่องการสืบสานผ้าศิลปะวัฒนธรรมผ้าทอดอกคำใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 1 คณะ 1 Signature คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ของกลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุวัดดอนไชย ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ร่วมออกบูธในงานกาดหมั้วฮิมตาง สัญจร ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้ ณ สนามที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3054964

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ม.พะเยา ลงพื้นที่ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุ จังหวัดพะเยา

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม สร้างประทีปเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

ที่บริเวณลานซุ้มทำเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แถลงข่าวการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 6-14 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อเป็นการสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามในการสร้างประทีปเป็นพุทธบูชาในช่วงวันออกพรรษา และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น

นายสยามเปิดเผยว่า งานไหลเรือไฟและงานกาชาดในปีนี้ จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ขึ้น จำนวน 13 ลำ มีมูลค่าการก่อสร้างลำละประมาณ 1 ล้านบาท โดยแต่ละลำจะมีการนำไม้ไผ่มากกว่า 5,000 ลำ มาทำเป็นโครงสร้างของเรือไฟ ซึ่งขนาดความยาวแบ่งออกเป็นขนาด 40 เมตรขึ้นไป ส่วนความสูงของเรือไฟขึ้นอยู่กับลวดลายที่ออกแบบ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 เมตร มีการประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ประมาณ 30,000-50,000 ดวงต่อ 1 ลำเรือ โดยตะเกียงไฟจะนำไปแขวนบนเส้นลวดในตำแหน่งต่างๆ ที่มีการออกแบบให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีและศีลธรรม ที่เมื่อจุดไฟที่ตะเกียงแล้วจะเกิดแสงสว่างไสวเป็นลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้เรือไฟบางลำจะมีการออกแบบให้มีความพิเศษ เช่น มีบางส่วนเคลื่อนไหวได้ หรือสามารถพ่นไฟได้ เป็นต้น

งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมมีการไหลเรือไฟโชว์คืนละ 1 ลำ พร้อมกับกระทงสาย (ไข่พญานาค) 6,000 ดวง ขณะที่ไฮไลต์ทั้งหมดจะอยู่ในวันที่ 13 ตุลาคมที่จะเป็นการไหลเรือไฟทั้ง 13 ลำ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีว่าเรือไฟของอำเภอใดจะคว้าถ้วยรางวัลพระราชทานไปครอง โดยเฉพาะแชมป์เก่าอย่างเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ที่ครองแชมป์เรือไฟประเภทสวยงามถึง 2 ปีซ้อน (2560-2561) ปีนี้จัดหนักกว่าเดิม เพราะสร้างเรือไฟที่มีความยาวถึง 110 เมตร สูง 30 เมตร เทียบเท่ากับตึก 10 ชั้น ประกาศป้องกันแชมป์ได้ไว้แน่ พร้อมกับกระทงสายอีก 12,000 ดวง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามกลางลำแม่น้ำโขง ส่วนกรรมการผู้ตัดสินเรือไฟได้รับเกียรติจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม และศาลเยาวชน พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมการไหลเรือไฟโบราณ ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมงานสามารถนำเรือไฟขนาดเล็กที่ประดิษฐ์จากกาบกล้วยมาวางบนเรือไฟโบราณเพื่ออธิษฐานขอพร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปปล่อยกลางลำน้ำโขงให้ โดยความพิเศษจะอยู่ที่มีการสร้างเป็นปีนักษัตรให้ผู้ที่เกิดแต่ละปีได้ร่วมกันลอยความทุกข์ ความเศร้าออกไปจากชีวิตตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3051100

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม สร้างประทีปเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

กระจกไร้เงา นวัตกรรมแดนใต้

“ภาคใต้ชายแดน” คงเป็นอีกกลุ่มพื้นที่หนึ่งที่เอื้อต่อ การพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการเกิดขึ้นของสตาร์ท อัพ เนื่องด้วยศักยภาพและอัตลักษณ์ของพื้นที่ที่มีความเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นในด้านศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว วิถีชีวิตของผู้คนที่ยึดโยงกับความเป็นมุสลิมและฮาลาล รวมทั้ง ในด้านเกษตรกรรมและการค้าขาย ปัจจัยดังกล่าวได้ถูกผสมผสาน กับองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ๆ จนหลอมรวมให้เกิดเป็นธุรกิจนวัตกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ก่อให้เกิดทั้งมูลค่า คุณค่า และยังพลิกโฉมพื้นที่ให้มีความน่าสนใจและควรค่าการลงทุนมาก ยิ่งขึ้น

มาดูกันว่านวัตกรรมได้ก้าวเข้ามาเป็นอีกส่วนสำคัญของพื้นที่ภาคใต้ชายแดนอย่างไรกันบ้าง โดยผ่าน 3 ผู้ประกอบการต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ การคิดและการต่อยอดที่ไม่หยุดยั้ง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสรรหาโอกาสจากวิกฤติที่เกิดขึ้นรอบตัว และยังมีหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจอย่างการใช้นวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความก้าวหน้า แตกต่าง และไม่เหมือนใครอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3049318

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กระจกไร้เงา นวัตกรรมแดนใต้

กทม.แนวทางการบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. เปิดเผยถึงรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่พอใจการแสดงความเห็นเรื่องการสนับสนุนงบประมาณของ กทม. ว่า คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นผู้อำนวยการหอศิลปฯ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการหอศิลปฯ ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ มอบหมายซึ่งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยประเมินประสิทธิภาพการทำงานทุกปีตามข้อบังคับมูลนิธิฯ การเปิดเผยข้อมูลผลการประเมินการปฏิบัติงาน เป็นสิทธิและหน้าที่ของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ส่วนการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นั้น กทม. ไม่มีผู้แทนหรือบุคลากรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหอศิลปฯ แต่อย่างใด

ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการและการสนับสนุนการดำเนินงานของหอศิลปฯ ทาง กทม. มีสัญญาให้สิทธิในตัวอาคารและการบริหารจัดการหอศิลปฯ แก่คณะกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหอศิลปฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2554 ปัจจุบันคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่ได้เข้าบริหารจัดการหอศิลปฯ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2562 โดย กทม. มีคณะกรรมการที่ปรึกษาหอศิลปฯ ทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย และการดำเนินงานของมูลนิธิ เช่น งบประมาณการหารายได้ของหอศิลปฯ เป็นต้น

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3046647

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กทม.แนวทางการบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

“รองฯวิษณุ” ร่วมกับสถานทูตจีน เปิดนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนกับกองทัพทหารดินเผา เปิดให้ชมถึง 15 ธ.ค.62

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors) โดยมี H.E. Mr. Lyu Jian เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์  ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นาย Qian Ji Kui รองผู้อำนวยการสำนักบริหารมรดกวัฒนธรรมมลฑลส่านซี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธี ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นิทรรศการพิเศษ จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สำนักงานบริหารมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี ศูนย์ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ จำนวน 86 รายการ (133 ชิ้น) ซึ่งมีอายุกว่า 2,200 ปี จากพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ 14 แห่ง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน นำมาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  โดยแบ่งเนื้อหานิทรรศการเป็น 4 หัวข้อหลัก ดังนี้

  1. พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอความเป็นแคว้นต่าง ๆ ที่มีการ

ปกครองเป็นเอกเทศ มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการหล่อสำริด เช่น การผลิตอาวุธ เครื่องดนตรี ภาชนะ และเงินตรา รวมถึงความก้าวหน้าทางการทหาร ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินที่เป็นแคว้นขนาดเล็กในเขตชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีนโบราณ กลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งในเวลาต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธและเงินตรา

2.จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ มหาราชองค์แรกใน

ประวัติศาสตร์จีนที่โลกต้องจารึก ประมาณ   2,200 กว่าปีมาแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ประสูติในฐานะเจ้าชายแห่งแคว้นฉิน

เมื่อพระชนมายุ 13 พรรษา ได้รับการสถาปนาขึ้นปกครองแคว้นฉินแทนพระราชบิดา และประกอบพิธีราชาภิเษกเมื่อพระชนมายุ 22 พรรษา พระราชกรณียกิจของพระองค์ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์จีน เช่น การสถาปนาราชวงศ์ฉิน การผนวกแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น การปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง     กำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และการพัฒนาสาธารณูปโภค ทรงริเริ่มให้มีการก่อสร้างและเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีน

3. สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ จิ๋นซีฮ่องเต้มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ

จึงเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า ซึ่งได้รับการบันทึกไว้โดย “ซือหม่าเฉียน” อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนาได้กระจ่างขึ้นเมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผา เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2517 หรือคริสต์ศักราช 1974 ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อพุทธศักราช 2530 โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้เป็นส่วนสำคัญของนิทรรศการ เช่น หุ่นทหารและม้าดินเผา เสื้อเกราะ อาวุธสำริด และรถม้าสำริด

4.สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่น มรดกทางวัฒนธรรมจากจักรพรรดิจิ๋นซีและราชวงศ์ฉินส่งต่อสู่ราชวงศ์ฮั่น ส่วนสุดท้ายของนิทรรศการจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานในสมัยราชวงศ์ฮั่น และโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวประเพณี วิถีชีวิต ความรุ่งเรือง ทางด้านวัฒนธรรม การเมือง การปกครอง สังคม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีทางการทหาร ตลอดจนการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติบนเส้นทางสายแพรไหมสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นับเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนอย่างแท้จริง

ที่มา https://www.thairnews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%af%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b8-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99/


Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “รองฯวิษณุ” ร่วมกับสถานทูตจีน เปิดนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนกับกองทัพทหารดินเผา เปิดให้ชมถึง 15 ธ.ค.62

มทร.อีสาน เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในโคราช “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา จัดเทศกาลหุ่นฟางโคราช ณ ศูนย์หนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการเมืองศิลปวัฒนธรรม Art and Culture สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ Thailand Biennale Korat 2020 ที่ระดมช่างฝีมือ และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จาก 8 สถาบันทั่วประเทศ มาโชว์ฝีมือเชิงประติมากรรมประดิษฐ์หุ่นฟางเชิงศิลป์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ โคราชดินแดนบรรพชีวิน และ ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ โดยมีผลงานส่งประกวดและจัดแสดงกว่า 20 ตัว แบ่งประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ประชาชนทั่วไป และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ระหว่างวันที่ 1 -10 ก.ย.62 ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

เทศกาลหุ่นฟางจะสอดแทรกความอบอุ่นและความงดงามผ่านแนวคิดและการอธิบายความหมายของหุ่นฟางแต่ละตัว เพราะโจทย์ที่ทีมประชาชนทั่วไปจะได้รับคือ ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ซึ่งทีมที่ชนะเลิศได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา หุ่นฟางรูปดอกบัว ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่การจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย: ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2562 จัดโดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่มีสมาชิกร่วมจัดแสดงนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนกว่า 100 โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลที่ร่วมสนองพระราชดำริ 26 ตำบล หน่วยงานสนองพระราชดำริ ชั้นนำของประเทศ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน กว่า 130 หน่วยงาน ส่วนระดับอุดมศึกษา มีหัวข้อในการจัดแสดงหุ่นฟางในหัวข้อ บรรพชีวินถิ่นโคราช รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หุ่นฟางรูปหนอนไหม ซึ่งเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวและการผูกโยงเรื่องราวของสัตว์โบราณและวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยการนำฟางมาทำเป็นงานศิลปะ หรือใช้เป็นเศษวัสดุจากการเกษตร วิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งเป็นสังคมเกษตร มีข้าวเป็นหัวใจหลัก สิ่งเหล่านี้จะผูกโยงกันโดยอัตโนมัติ และแต่ละทีมจะนิยามใหม่จากหัวข้อต่อยอดเป็นแนวคิดได้อย่างน่าสนใจ และแตกต่างกันไป สามารถนิยามให้เกิดความเฉพาะขึ้นได้ครับ

เทศกาลหุ่นฟางทุกตัวในวันนี้ทั้งหุ่นฟางรูปช้าง หุ่นฟางรูปหมูบิน หุ่นฟางรูปม้าศึก หุ่นฟางรูปกระทิง หุ่นฟางรูปไก่ หุ่นฟางรูปดอกบัว และทุกตัว จะถูกตั้งโชว์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง อ.หนองระเวียง จ.นครราชสีมา โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. ตั้งแต่วันนี้ ถึง เดือนธันวาคม 2562

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3039954

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน มทร.อีสาน เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในโคราช “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์”

กรมศิลปากร เผย โบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ถึงไทยแล้ว

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมตรวจรับการขนย้ายโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 86 ชิ้น ที่นำมาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้นิทรรศการชื่อ “จิ๋นซี ฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยโบราณวัตถุชิ้นสำคัญได้แก่ พลธนูสวมชุดเกราะ รถม้าสัมฤทธิ์จำลอง รูปปั้นสาวใช้สมัยราชวงศ์ฮั่น ตุ๊กตารูปสัตว์ เช่น หมู ม้า รมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” นิทรรศการที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอายุกว่า 2,700 ปี ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 15 กันยายน 2562 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 – 16.00 น.   (ปิดวันจันทร์ – อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. 0 2224 1333 และ 0 2224 1402

ที่มา https://www.thairnews.com

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กรมศิลปากร เผย โบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ถึงไทยแล้ว

กรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนดูงานการแก้ไขปัญหา 3 โบราณสถาน “ถูกทาสีทอง”

นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนดูงานผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจังหวัดสุพรรณบุรี และความก้าวหน้าในการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม โดยมีนางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี และนางสาวเกษร อินทร์ขำ  หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร ให้การต้อนรับ

จากกรณีที่มีพุทธศาสนิกชนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าดำเนินการทาสีทองทับลงบนประติมากรรมตามวัดต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ประติมากรรมเกิดความเปลี่ยนแปลง และเสื่อมคุณค่าในด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จึงได้ร่วมกันดำเนินโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจังหวัดสุพรรณบุรี 3 แห่ง ให้คืนสภาพความเป็นของแท้ดั้งเดิม อยู่ในสภาพที่ดี แข็งแรง และมั่นคงถาวรสืบต่อไป ดังนี้

1.โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมใบเสมาและซุ้มประตู (ลอกสีทอง) วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ใบเสมาและฐานโดยรอบอุโบสถ และประติมากรรมประดับซุ้มประตูทางเข้าอุโบสถและผนังซุ้มประตูทั้ง 2 ซุ้ม โดยวัดโพธาราม เดิมชื่อวัดบ้านคอย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าคอย มีบรรยากาศร่มรื่น โบราณสถานที่สำคัญของวัดโพธารามคือ วิหารภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ ศิลปะโบราณปางต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เป็นตัวแทนศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์สมัยรัชการที่ 5 – 6  นอกจากนี้ในพื้นที่อำเภออู่ทอง เป็นหลักฐานการตั้งชุมชนในพื้นที่บริเวณนี้ นอกจากนี้ยังเป็นที่พำนักของเกจิดังของจังหวัดสุพรรณบุรี

2. โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมใบเสมา (ลอกสีทอง) วัดไชนาวาส ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ใบเสมา (ลอกสีทอง) รอบอุโบสถ จำนวน 16 ใบ โดยประวัติของวัดวัดไชนาวาสแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเมืองสุพรรณบุรี เดิมเป็นวัดร้าง มีการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2394 วัดไชนาวาส แต่เดิมชื่อว่า “วัดชายนา” เพราะสมัยก่อนอยู่ห่างจากบ้านเรือนออกไปทางชายนา แต่ในปัจจุบันความเจริญครอบคลุมเข้ามาถึงตัววัด จนกลายเป็นว่าวัดไชนาวาส ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนของชาวบ้าน จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก วัดชายนา มาเป็น “วัดไชนาวาส” ซึ่งคำว่า “ชายนา” ก็มีความพ้องเสียงกับคำว่า “ไชนา” นั่นเอง โบราณวัตถุสำคัญ คือ 1. วิหาร 2. พระประธาน  3. ใบเสมา  4. เจดีย์

3.โครงการอนุรักษ์ประติมากรรม (ลอกสีทอง) วัดลาวทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ประติมากรรมองค์พระประธาน (หลวงพ่อดำ) และใบเสมารอบอุโบสถ ประวัติและความสำคัญของวัดลาวทอง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสุพรรณ แต่เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดเลา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดลาวทอง เนื่องจากในฝั่งทางด้านนี้มีวัดเก่าอยู่หลายวัด เช่น วัดพลายชุมพล วัดศรีมาลา วัดพลายงาม เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกันตามวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดลาวทอง

เดิมนั้น วัดลาวทองเป็นวัดร้าง มีพระอุโบสถเก่า ๆ อยู่หลังหนึ่ง ซึ่งเหลือเพียงแต่ซากอิฐหักพังไม่มีหลังคา มีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ในพระอุโบสถ และยังมีพระเจดีย์ร้างอยู่อีกหลายองค์ สันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยายุคปลาย ปัจจุบันได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์กลับมาเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา มีโรงเรียนประชาบาล และมีความเจริญวัดหนึ่ง โบราณสถานสำคัญ คือ 1. อุโบสถ  2. เจดีย์  3. พระพุทธรูป

ที่มา https://www.thairnews.com

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนดูงานการแก้ไขปัญหา 3 โบราณสถาน “ถูกทาสีทอง”

สศร. วาดบ้านแปลงเมืองพญานาค แห่งโซ่พิสัย ศิลปะร่วมสมัยพัฒนาชุมชน

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นำโดยนางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยพร้อมด้วยคณะทำงานลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากิจกรรมในโครงการวาดบ้านแปลงเมือง ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีนายสุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตและนวัตกรชุมชน ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญและมอบเกียรติบัตรให้แก่คณะทำงานฯ เยาวชนและคณาจารย์จาก คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 25 คนที่เดินทางมาวาดภาพพญานาค จำนวนกว่า 10 ภาพ ลงบนป้ายขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้ โดยใช้เวลาทั้งสิ้นราว1 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จ ทั้งนี้เพื่อนำศิลปร่วมสมัยเข้ามาปรับภูมิทัศน์ในชุมชนและภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ฯ ให้มีความโดดเด่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิต ความเชื่อและความศรัทธาในตำนานพญานาคลุ่มแม่น้ำโขงแถบจังหวัดบึงกาฬ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3031079

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สศร. วาดบ้านแปลงเมืองพญานาค แห่งโซ่พิสัย ศิลปะร่วมสมัยพัฒนาชุมชน

บุฟเฟ่ต์ทุเรียนเมืองเบตง 20 บาท อิ่มได้ไม่อั้นแบบฟินๆ

ที่บ้านบ่อน้ำร้อน หมู่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ในช่วงวันหยุดยาวต่าง หลั่งไหลเข้าไปเที่ยวบ่อน้ำร้อน และกินบุฟเฟ่ต์ผลไม้กันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูผลไม้ มีผลผลิตออกมาจำนวนมาก ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มีให้นักท่องเที่ยวได้กินกันอย่างไม่อั้น นอกจากจะได้กินผลไม้ต่างๆ แล้ว ยังมีอาหารพื้นเมืองเบตงไว้รองรับอีกหลายที่ขาดไม่ได้ในช่วงนี้ ก็ต้องเป็น ข้าวเหนียวทุเรียน

นายวิรัต แซ่ตัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ กล่าวว่า ทางองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะเข้าใจ เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้ในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลาว่าเมื่อถึงหน้าฤดูผลไม้ผลผลิตจะล้นตลาดทุกปี ขายได้ราคาถูกไม่คุ้มทุน จนชาวสวนต้องโค่นต้นผลไม้ทิ้งหันไปทำอย่างอื่นแทน แต่ระยะหลังได้มีการทำสวนเกษตรในเชิงท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเข้ามากินผลไม้ในสวน และซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ ชาวสวนก็ลืมตาอ้าปากได้ เพราะไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

ที่มา https://www.sanook.com/travel/1416633/

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน บุฟเฟ่ต์ทุเรียนเมืองเบตง 20 บาท อิ่มได้ไม่อั้นแบบฟินๆ