แอ่วเมืองรถม้า ชมงาน 102 ปี “ขัวหลวงรัษฎา” รำลึกประวัติศาสตร์

สะพานรัษฎาภิเศก หรือ สะพานขาว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำวัง ใจกลางเมืองลำปาง โดยชาวลำปางได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงครองราชย์ครบ 25 ปี ในปี พ.ศ. 2437 แรกเริ่มเป็นสะพานไม้เสริมเหล็ก แต่ชำรุดผุพัง จึงก่อสร้างใหม่ให้มีความคงทนแข็งแรงกว่าเดิม เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2460 และแม้จะต้องพบเจอวิกฤติต่างๆ ทั้งเหตุการ์อุทกภัย ตลอดจนลูกระเบิดจากสงคราม แต่ก็ยังยืนหยัดมาได้จวบจนปัจจุบัน

สะพานรัษฎาภิเศก ได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์คคู่เมืองรถม้าลำปาง ในฐานะของ “ขัวสี่โก๊ง(สะพานสี่โค้ง)” “ขัวหลวง (สะพานใหญ่)” “ขัวขาว (สะพานขาว)” ซึ่งจะมีอายุครบ 102 ปี ในเดือนมีนาคม นี้ ทางเทศบาลนครลำปาง จึงกำหนดจัดงาน รำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก “102 ปี ขัวหลวงรัษฎา” ขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม – 2 เมษายน 2562 และเชิญชวนนักท่องเที่ยวแต่งกายย้อนยุคสมัย ร.5 เพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ดังนี้

– ชมการแสดงละคงอิงประวัติศาสตร์ประกอบแสงเสียง
– การแสดงนาฎศิลป์และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม
– การแสดงรำวงย้อนยุค
– การแสดงไลน์แดนซ์ย้อนยุค
– การประกวดภาพถ่าย ภาพวาด และประพันธ์เพลงเกี่ยวกับสะพานรัษฎาภิเศก
– การจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ 102 ปี ขัวหลวงรัษฎา
– การจำหน่ายสินค้า Otop ผลิตภัณฑ์ชุมชน
– ทำบุญตักบาตรสะพานรัษฎาภิเศก และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

ที่มา https://travel.mthai.com/news/206214.html

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน แอ่วเมืองรถม้า ชมงาน 102 ปี “ขัวหลวงรัษฎา” รำลึกประวัติศาสตร์

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะและนิทรรศการศิลปกรรม

วันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2562 ปฏิบัติการด้านศิลปะ จิตรกรรมและประติมากรรม โดยศิลปินอาเซียนและสหรัฐอเมริกา ณ อาคารเอนกประสงค์ พร้อมจัดแสดงผลงานวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม 2562 ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า “กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ สำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) กำหนดจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะและนิทรรศการศิลปกรรม NU ASIAN+ART WORKSHOP AND EXHIBITION 2019 ในวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์นี้ ณ อาคารอเนกประสงค์ และหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดแนวคิดการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินไทยและศิลปินในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ รวมถึงศิลปินรับเชิญจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 25 คน ลงมือสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามความถนัด พร้อมจัดแสดงผลงาน ทั้งจิตรกรรมและประติมากรรม นับเป็นการพัฒนาวงการศิลปะไทยอีกระดับหนึ่ง จากประสบการณ์ มุมมอง วิธีคิด เทคนิค กระบวนการ ที่ส่งผ่านออกมาเป็นเส้น สี รูปลักษณ์ต่าง ๆ ของศิลปิน ย่อมก่อเกิดนวัตกรรมด้านศิลปะ ทฤษฎี ระบบคิดฉีกจากรูปแบบเดิมที่คุ้นเคย ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่จักจุดประกาย สร้างจินตนาการ แนวคิดให้กับเยาวชนและผู้สนใจงานศิลปะอีกด้วย”

รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต่อว่า “ขอเชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้สนใจเข้าร่วมศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินทั้ง 25 คนได้อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 3 วัน คือ วันอาทิตย์ที่ 24 – วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.30 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และหลังจากนั้นผลงานทุกชิ้นจะถูกนำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม โดยจัดให้มีพิธีเปิดในวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น. ณ หอศิลป์ฯ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และจัดแสดงผลงานจนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2562 ในวันและเวลาราชการ”

สนใจสอบถามรายละเอียดหรือแจ้งเข้าร่วมโครงการได้ที่ งานบ่มเพาะและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 0 5596 1202

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2955608

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะและนิทรรศการศิลปกรรม

เทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง อุทยานฯ แจ้ซ้อน นครลำปาง

เชิญเที่ยวงานเทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง อุทยานฯ แจ้ซ้อน นครลำปาง ครั้งที่ 18 ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2562 ณ ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง

ชมความงามของดอกเสี้ยวสีขาวที่บานสะพรั่ง ทั่วบริเวณภูเขา ชม แชะ แชร์ ชิล ๆ กับบรรยากาศเย็น ๆ ได้ที่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง นครลำปาง นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชิมชาใบเมี่ยงรสชาติอร่อยเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน การชิมลิ้มลองอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ การแสดงดนตรีไพเราะ ๆ จากศิลปินชื่อดัง การเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดจากชุมชน การนอนพักโฮมสเตย์สุดอบอุ่นของชาวบ้าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทรศัพท์ 089 851 3355 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง โทรศัพท์ 054 222 214-15 หรือเฟซบุ๊ก เทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง อุทยานฯแจ้ซ้อน นครลำปาง

ที่มา กระปุกดอทคอม

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน เทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง อุทยานฯ แจ้ซ้อน นครลำปาง

กรมการท่องเที่ยว ชวนจิตอาสาร่วมทำความดีในกิจกรรม “ปฏิติการ DOT ดี Mission”

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยว   กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดกิจกรรม “ปฏิบัติการ DOT ดี Mission กับกรมการท่องเที่ยว” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน  โดยเปิดรับสมัครจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม  ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 ณ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร อ.เมือง จ.นนทบุรี  เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณลานวัด, กิจกรรมทำความสะอาดลานกุฎิพระสงฆ์, กิจกรรมล้างห้องน้ำ, กิจกรรมทำความสะอาดโบสถ์และวิหาร  พร้อมรับฟังการเสวนา  เรื่อง “สร้างที่เที่ยว เที่ยวที่ดีๆ กับกรมการท่องเที่ยว” โดย  ผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว  และรับฟังการบรรยายธรรม “การท่องเที่ยวมีธรรมะ” โดย พระมหาชาติ  อภิจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพาล่องเรือชมวิถีนนทบุรี-เดินเที่ยวตลาดเกาะเกร็ด  ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่มีอายุระหว่าง 12-45 ปี สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “ปฏิบัติการ DOT ดี Mission กับกรมการท่องเที่ยว” โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  ได้ตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม 2562  โดยสามารถส่งรายชื่อพร้อมเบอร์ติดต่อกลับ เพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ E-mail : pr.okmass@gmail.com หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-9770112

ที่มา ThaiPR.net

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กรมการท่องเที่ยว ชวนจิตอาสาร่วมทำความดีในกิจกรรม “ปฏิติการ DOT ดี Mission”

เทศกาลหิมะซัปโปโร 2019 นาโอมิ..เมสซีเจ..สตาร์วอร์ส..ปลากัด

ไฮไลต์ของปี 2019 ต้องยกให้ผลงานแกะสลักหิมะรูปนักเทนนิสหญิงลูกครึ่งญี่ปุ่น-เฮติ “นาโอมิ โอซากะ” ที่กลายเป็นฮีโร่ เพราะเอาชนะแชมป์เก่าอย่าง “เซเรนา วิลเลียมส์” มาได้ในรอบชิงชนะเลิศเทนนิสยูเอส โอเพ่น 2018 ขึ้นเป็นมือวางอันดับ 7 ของโลก แถมคนญี่ปุ่นยังปลื้ม “เมสซีเจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์” ที่ไปค้าแข้งให้สโมสรฟุตบอลฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร ถึงขนาดสร้างงานแกะสลักหิมะเป็นรูปนักเตะไทย

อันที่จริงแล้วเทศกาลหิมะจะจัดทั่วทั้งภูมิภาคฮอกไกโด โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนมีนาคม แต่เทศกาลหลักที่นักท่องเที่ยวตั้งตารอคือเทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร จัดขึ้นต่อเนื่อง 8 วันเต็ม โดยมีสถานที่ยอดนิยม 3 จุดหลักๆคือ “สวนสาธารณะโอโดริ” ถือเป็นไฮไลต์ของงานเทศกาลหิมะ ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-11 กุมภาพันธ์ เน้นงานแสดงประติมากรรมแกะสลักน้ำแข็งขนาดใหญ่ และยังจัดการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ โดยปีที่แล้วทีมนักแกะสลักหิมะจากไทยคว้าแชมป์มาครองจากผลงานชุด “ไก่ชน” สำหรับปีนี้สร้างสรรค์ภายใต้คอนเซปต์ “ปลากัด” นำเสนอเอกลักษณ์ของสัตว์เลี้ยงที่ผูกพันกับสังคมไทยคว้าแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

ในส่วนของ ลานกิจกรรม “ทสึโดม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึง 11 กุมภาพันธ์ ผู้ร่วมงานสามารถเลือกเล่นกิจกรรมหิมะได้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น ลานสไลเดอร์ที่เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงงานประติมากรรมหลายชิ้นที่ออกแบบให้เข้ากับสถานการณ์เด่นๆของโลก

อีกหนึ่งโลเกชันยอดฮิตอย่าง “ย่านซูซูกิโนะ” ท้องถนนแห่งราตรีใจกลางเมืองซัปโปโร ก็เต็มไปด้วยงานประติมากรรมแกะสลักหิมะสุดสร้างสรรค์ ปีนี้มาในธีม “สนุกไปกับน้ำแข็ง” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-11 กุมภาพันธ์ แอบกระซิบว่าจะชมเทศกาลหิมะเมืองซัปโปโรให้ได้อรรถรส ควรออกทัวร์ในช่วงค่ำ เพราะมีการจัดแสงสีเสียงประกอบอย่างอลังการงานสร้าง หนาวแค่ไหนก็คุ้มค่า

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เทศกาลหิมะซัปโปโร 2019 นาโอมิ..เมสซีเจ..สตาร์วอร์ส..ปลากัด

ครั้งแรกของไทย “นายกรัฐมนตรี” รับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มรดกล้ำค่าจากประชาชน จำนวน ๑๐๔ รายการ กรมศิลปากรนำไปอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ

วันนี้ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒) เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีรับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากนายธรรมฤทธิ์ จิรา ผู้ครอบครองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จำนวน ๑๐๔ รายการ เพื่อเป็นสมบัติของชาติในความดูแลของกรมศิลปากรต่อไป โดยมี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดวธ. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และผู้บริหารวธ. เข้าร่วมในพิธี

นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีรับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ว่า ในนามรัฐบาล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มารับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากนายธรรมฤทธิ์ จิรา และครอบครัว เพื่อเป็นสมบัติของชาติต่อไป โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเหล่านี้เป็นมรดกอันล้ำค่า และยังเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเหล่านี้นอกจากจะมีคุณค่าทั้งด้านอายุและศิลปกรรมแล้ว ยังมีคุณค่าทางภูมิปัญญาที่นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพชนในอดีตบนผืนแผ่นดินไทย ทำให้เห็นความกระจ่างชัดของพัฒนาการทางสังคมที่ก้าวเดินมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ทั้ง ๑๐๔ รายการ ที่นำมามอบให้ในครั้งนี้ มีความหลากหลายและมีที่มาจากหลายแหล่ง ทั้งแหล่งโบราณคดีในภาคกลาง แหล่งโบราณคดีลุ่มแม่น้ำชี และแหล่งโบราณคดีลุ่มแม่น้ำสงคราม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะแหล่งโบราณคดีกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียงซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก ล้วนแสดงถึงอารยธรรมบนผืนแผ่นดินไทย ที่มีความเจริญอย่างต่อเนื่องมายาวนานนับกว่า ๔,๐๐๐ ปี จึงเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ การส่งมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ กลับคืนเป็นสมบัติของชาตินั้น ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความรักและหวงแหนในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เกิดความเสียสละ อุทิศเพื่อเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ และขอชื่นชมกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากรที่มีการส่งเสริมและดูแลงานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งและจริงจังมาโดยตลอด

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลตระหนักถึง ความสำคัญของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มรดกอันล้ำค่าของชาติ จึงมีนโยบายในการติดตามหรือขอคืนโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติ  โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ และในช่วงที่ผ่านมา ได้รับคืนโบราณวัตถุของไทยจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศออสเตรเลีย จำนวน ๘ ครั้ง รวม ๗๕๑ รายการ และเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ กระทรวงวัฒนธรรมได้รับการติดต่อจากนายธรรมฤทธิ์ จิรา ว่ามีความประสงค์จะส่งมอบโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง อายุราว ๑,๘๐๐ ถึง ๕,๐๐๐ ปี จำนวน ๑๐๔ รายการ ไว้เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนแสดงเจตจำนงจะมอบโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า จำนวนมากให้กับราชการ

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า สำหรับโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่นายธรรมฤทธิ์ จิรา มอบให้เป็นสมบัติของชาติในครั้งนี้ มีทั้งโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว ๑,๘๐๐ – ๔,๓๐๐ ปีมาแล้ว ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้สำริด เครื่องประดับทำด้วยหิน แก้ว และเปลือกหอย บางชิ้นได้รับการซ่อมแซมต่อเติมให้มีสภาพสมบูรณ์  และมีวัตถุจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นศิลปวัตถุทำขึ้นเลียนแบบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ รวมทั้งสิ้น ๑๐๔ รายการ

นายธรรมฤทธิ์ จิรา เจ้าของผู้ครอบครองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ กล่าวว่า  ตนและครอบครัวรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสมาในพิธีรับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ในครั้งนี้ ผมและครอบครัวได้ปรึกษากันเรื่องการเก็บรักษาโบราณวัตถุในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สะสมและเก็บรักษามาตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผม ทางครอบครัวผมจึงตกลงกันว่า จะนำโบราณวัตถุทุกชิ้นกลับคืนสู่แหล่งอารยธรรมเดิม เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติและให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้กันต่อไป ขอกราบขอบคุณ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้สละเวลามาเป็นประธานในพิธี ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อธิบดีกรมศิลปากร รองอธิบดีกรมศิลปากร เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร  แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมในพิธีครั้งนี้  และขอขอบคุณ พลตรี ศรชัย มนตริวัต ที่แนะนำการมอบโบราณวัตถุให้กับกระทรวงวัฒนธรรม จนประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ ขอบคุณภรรยาและลูกสาวทั้งสามคนของผมที่ให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด   จนมีวันนี้เกิดขึ้น

กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ในกลุ่มโบราณวัตถุ ซึ่งได้รับมอบสามารถกำหนดอายุสมัยตามแหล่งที่มา ดังนี้  ๑. กลุ่มโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภาคกลาง  หลักฐานประเภทภาชนะดินเผาที่พบ ที่มีลักษณะโดดเด่นคือ ภาชนะดินเผาทรงก้นกลม คอคอด ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่มีฐานเตี้ย และไม่มีฐาน ภาชนะดินเผาที่มีลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมนี้น่าจะได้แก่ภาชนะดินเผาทรงพานสูง และทรงบาตร นิยมตกแต่งผิวภาชนะด้วยการทาน้ำดินสีแดง กดประทับด้วยลายเชือกทาบ หรือขูดขีดด้วยเครื่องมือปลายแหลม   มีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ อาทิ แหล่งโบราณคดีบ้านพุน้อย อำเภอบ้านหมี่ จังหวดลพบุรี กำหนดอายุราว ๑,๕๐๐ – ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว ๒. กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงครามหรือกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง  ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี สกลนคร และหนองคาย หรือกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง ภาชนะดินเผาในกลุ่มนี้มีรูปทรงที่หลากหลาย และสามารถจำแนกลักษณะออกเป็น ๓ ยุค ได้แก่ ๒.๑  ภาชนะดินเผาสมัยต้น อายุระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๔,๓๐๐ ปีมาแล้ว เป็นภาชนะดินเผาสีดำหรือเทาเข้ม มีเชิงหรือฐานเตี้ย ตัวภาชนะมักจะตกแต่งด้วยลายขีดเขียนเป็นเส้นคดโค้ง ลายเชือกทาบ และลายกดประทับ ๒.๒ ภาชนะดินเผาสมัยกลาง อายุ ๒,๓๐๐ – ๓,๐๐๐ปี ลักษณะเด่น คือ มีขนาดใหญ่ ผิวนอกเป็นสีขาว ไหล่ภาชนะหักเป็นมุม มีทั้งแบบก้นกลมและก้นแหลม บางใบมีการตกแต่งด้วยลายขีดผสมกับลายเขียนหรือทา ด้วยน้ำดินสีแดง ๒.๓ ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ ๑,๘๐๐ – ๒,๓๐๐ปี นิยมเขียนลายและตกแต่งภาชนะด้วยสีแดง เป็นลวดลายที่สื่อถึงความหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ  อาทิ ลายงู  ลายก้นหอย และลายรูปสัตว์ เป็นต้น

โบราณวัตถุกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง ที่นายธรรมฤทธิ์ จิรา มอบในครั้งนี้ ยังประกอบไปด้วย เครื่องมือเครื่องใช้โลหะ ซึ่งบ่งบอกถึงการสร้างสรรค์งานโลหะกรรมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมบ้านเชียง ได้แก่ เครื่องประดับสำริด  ๓. โบราณวัตถุกลุ่มแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ลุ่มแม่น้ำมูล  ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล พบวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงหลากหลาย ที่โดดเด่นคือแหล่งโบราณคดีบ้านก้านเหลือง จังหวัดอุบลราชธานี ภาชนะดินเผากลุ่มนี้จะมีลักษณะพิเศษ คือ มีเนื้อดินสีส้ม การตกแต่งด้วยการขูดขีดที่บริเวณขอบปาก วัตถุประเภทเครื่องมือเครื่องประดับ เครื่องใช้สอยสำริด พบว่าเทคนิคการผลิตเพื่อใช้หล่อสำริดมีฝีมือประณีต ซับซ้อน มีเทคนิคและลวดลายกับเครื่องสำริดในคล้ายกับวัฒนธรรมดองเซิน ประเทศเวียดนาม  กำหนดอายุสมัยอยู่ในราว ๑,๕๐๐ – ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว ภาชนะดินเผาและวัตถุทางโบราณดีต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในการใช้ศึกษาวิเคราะห์ถึงวิถีชีวิตมนุษย์สมัยโบราณในแง่มุมต่าง ๆ ได้ อาทิ พฤติกรรมด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ศิลปะ และสังคม เป็นหลักฐานในการจัดลำดับอายุสมัย และบ่งบอกช่วงเวลาของวัฒนธรรมและชุมชนในแหล่งโบราณคดีนั้น ๆ เป็นหลักฐานในการคำนวณความหนาแน่นของประชากร

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โบราณวัตถุที่ได้รับมอบในครั้งนี้จะถูกนำไปตรวจสภาพ และทำการอนุรักษ์เบื้องต้นด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จากนั้นจึงจะนำไปเก็บรักษาที่คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อสำหรับนำไปศึกษา หรือนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในแหล่งโบราณคดีนั้น ๆ ต่อไป

ที่มา หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ครั้งแรกของไทย “นายกรัฐมนตรี” รับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มรดกล้ำค่าจากประชาชน จำนวน ๑๐๔ รายการ กรมศิลปากรนำไปอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ

“ม่อนจองสีทอง” ภาพความทรงจำแสงอาทิตย์และสายหมอกสุดท้ายของปีนี้

การเดินทางไปเที่ยวม่อนจองนั้นจากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถนั่งรถเมล์ประจำทางไปที่อำเภออมก๋อยได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เนื่องจากอำเภออมก๋อยนั้นถือได้ว่าเป็นอำเภอที่อยู่เกือบจะใต้สุดของเชียงใหม่เลยทีเดียวมีพื้นที่ติดกับจังหวัดตากจึงใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองค่อนข้างนาน

รถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 8.00 น. มาถึงตัวอำเภออมก๋อย 13.00 น. แล้วเราก็ได้เอาของไปเก็บและเข้าที่พักที่อำเภออมก๋อย ซึ่งขอแนะนำว่าหากใครแบ็คแพ็คมาเองแนะนำให้พักในตัวเมืองอมก๋อยก่อนสักคืนจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป ซึ่งเราได้พักกันที่อมก๋อยภูวิว รีสอร์ท ที่พักสะอาดสะอ้าน มีน้ำอุ่นให้บริการและที่เป็นไฮไลท์สำคัญเลยก็คือวิวจากห้องพักที่มองเห็นภูเขาล้อมรอบรวมไปถึงตัวเมืองอมก๋อยได้อย่างสวยงาม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้งม่อนจอง : ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ค่าใช้จ่าย 

ค่าลูกหาบ : วันละ 300 บาท ต่อคน

ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง : วันละ 300 บาท ต่อคน

ค่ารถไปม่อนจอง : ไปกลับ 3,000 บาท

ค่ารถจากเชียงใหม่ไปอมก๋อย : 113 บาท 

ติดต่อ : 092 559 7201

ระยะเวลาเปิด – ปิด ม่อนจอง : เดือนพฤศจิกายน – 15 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

ที่มา สนุกดอทคอม

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “ม่อนจองสีทอง” ภาพความทรงจำแสงอาทิตย์และสายหมอกสุดท้ายของปีนี้

ผ้าหาดเสี้ยว มิติใหม่แห่งภูมิปัญญาไทย จากผ้าโบราณสุดวิจิตร “สุนทรี” สู่ความร่วมสมัยในแบบสากล “suntree”

“ผ้าจกเหมาะกับผู้สูงอายุ และสวมใส่ได้เฉพาะพิธีสำคัญ ๆ เท่านั้นแหละ” คือความจดจำฝังหัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มาถึงปัจจุบันผ้าจกคือผ้าทอที่สวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกโอกาส ทั้งยังเป็นข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่งที่โดดเด่น แปลกตา สง่างาม ล้ำสมัย ในแวดวงสากล

กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดนิทรรศการ “ผ้าหาดเสี้ยว” ขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร ละลานตาไปด้วยความวิจิตรงดงามของของผ้าจกโบราณ ทั้งผ้าซิ่น ผ้าห่ม ย่าม ผ้าห่อคัมภีร์ และผ้าจก ๙ ลาย เอกลักษณ์ของชาวไทพวนที่สืบทอดกันมากว่า ๑๐๐ ปี ในแบรนด์ “สุนทรี” ผ่านการประยุกต์ พัฒนาเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า โคมไฟ หมอน ผ้ารองจาน กรอบรูป เก้าอี้ ฯลฯ แบรนด์ “suntree”

“sun คือพระอาทิตย์ ส่วน tree คือต้นไม้ ทั้งสองสิ่งนี้ต้องอยู่คู่กับโลกเรา เช่นเดียวกับความงามความสุนทรีของภูมิปัญญาผ้าทอไทยจะต้องยังคงอยู่ตลอดไป”

แนวคิดอันแยบยลของนางสาวรวีวรรณ ขนาดนิด ผู้จัดการร้านสุนทรีผ้าไทย แห่งบ้านหาดเสี้ยว ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผู้สืบทอดภูมิปัญญาจากผู้เป็นแม่ นางสุนทรี วิชิตนาค ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๓ ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งวงการผ้าทอไทยสู่ผ้าทอโลก

suntree เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังคงใช้เทคนิคเดิมคือใช้ขนเม่นในการจกเส้นฝ้ายเส้นไหม ใช้การเข็นแบบโบราณ ในขณะที่พัฒนาวิธีการถอดลวดลายจากชิ้นผ้า มาสร้างเป็นกราฟในคอมพิวเตอร์ ปรับเปลี่ยนโทนสีจากเดิม เขียว แดง เหลือง ให้มีความนวลตา มากขึ้น การจัดวางลวดลายด้วยวิธีการตกแต่งอันเก๋ไก๋ ชวนหลงใหล

ป้าสุนทรีบรรจงหยิบผ้าซิ่นของคุณยาย ลวดลายริ้วสีแดง เขียว บนพื้นดำ ดูธรรมดา ๆ แต่มากด้วยคุณค่าของการสืบสาน, ผ้าซิ่นมุกสีเขียวลวดลายขาเปียที่หาดูได้ยาก, ผ้าที่ใช้ในงานบวช เช่น ผ้าปรกหัวนาค ผ้าคลุมหัวช้าง ผ้าห่อคัมภีร์ ที่ไม่มีแล้วในปัจจุบัน เหล่านี้คือความงดงามแห่งภูมิปัญญาที่มิอาจประเมินค่าได้

พี่รวีวรรณโชว์ชุดผ้ารองจาน ผ้ารันเนอร์ กระเป๋าสีขาวดำรูปทรงเรขาคณิต สุดคลาสสิค ใครจะคิดว่านี่มาจากผ้าห่มไทพวนดั้งเดิม ที่ถูกนำมาแปลงโฉมอย่างลงตัว, เก้าอี้ที่จินตนาการจากเส้นยืนที่ยึดอยู่กับกี่ทอผ้า เช่นเดียวกับกรอบรูปซึ่งจำลองจากเส้นใยบนกี่ทอผ้าที่ยังมิได้ขัดสาน, โคมไฟหุ้มด้วยผ้าจกลวดลายดั้งเดิมสีสันสดใส สะดุดตา, เสื้อผ้าที่นำลวดลายจกมาแต่งนิดเติมหน่อย แลดูทันสมัยไม่แพ้แบรนด์สากล

พิเศษสุดผ้าลวดลายใหม่ “ผ้าจก ๙ ลายทรงเครื่อง” ออกแบบโดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ นักวิชาการช่างศิลป์ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ที่นำจก ๙ ลาย เอกลักษณ์ของไทพวนมาดัดแปลงลวดลายและสีสันให้มีความทันสมัย ละมุนตา รายล้อมด้วยเส้นสายที่ถอดแบบมาจากเครื่องแขวนของไทยผสมผสานกับลายผ้าของลาว อันเป็นต้นกำเนิดของไทพวน ร้อยเรียงเป็นแนวยาวบนผืนผ้าสีสันสดใส เป็นผ้าต้นแบบซึ่งอยู่ในระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร พร้อมมอบให้กับสุนทรีผ้าไทยนำไปพัฒนาเป็นผลงานชิ้นใหม่ต่อไป

นางสาวรวีวรรณ ขนาดนิดกล่าวว่า “เราปรับเปลี่ยนวิธีการ กระบวนการ รูปแบบ เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่สนใจผ้าโบราณ และวันนี้เราก็ประสบความสำเร็จ คนรุ่นใหม่เข้ามาชื่นชมมากขึ้น และต่อจากนั้นเขาก็จะสนใจลึกเข้าไปอีก”

“การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคเดิม ๆ คือหัวใจในการสืบทอดภูมิปัญญา”
นิทรรศการผ้าหาดเสี้ยว หนึ่งเสน่ห์ผ้าทอไทย เปิดให้ทุกท่านมาชื่นชมจนถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ในวันและเวลาราชการ ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. ๐ ๕๕๙๖ ๑๒๐๗ – ๘

ที่มา ThaiPR.net

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ผ้าหาดเสี้ยว มิติใหม่แห่งภูมิปัญญาไทย จากผ้าโบราณสุดวิจิตร “สุนทรี” สู่ความร่วมสมัยในแบบสากล “suntree”

นนทบุรีเล่าอดีต “มหาเจษฎาบดินทร์”

จากพระมหากษัตริย์ไทยยุครัตนโกสินทร์ทรงมีพระกรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยอย่างยิ่งยอด….!

แต่จะหลงลืมไม่ได้ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในที่สุดขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในพระนาม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

นายภานุ แย้มศรี ผวจ.นนทบุรี กล่าวว่า ทรงพระปรีชาสามารถด้านเศรษฐกิจ การปกครอง การศึกษา การทำนุบำรุงประเทศ การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ และพระพุทธศาสนา

การค้าทางเรือสำเภากับจีนเกิดขึ้นในยุคนี้ พระองค์จึงได้สมัญญานาม “พระบิดาแห่งการค้าไทย” ยิ่งไปกว่านั้น ด้านสถาปัตยกรรม ได้เกิดชิ้นงานเป็นเอกลักษณ์ประจำรัชกาล หรือเรียกกันว่า “สถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม”

เกิดยุครัชกาลนี้เช่นกัน วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ทุกๆปีจึงมีการจัดงาน “วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์” ณ ศาสนสถานแห่งนี้

ปีนี้ จ.นนทบุรี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.นนทบุรี อบจ.นนทบุรี และเทศบาลเมืองบางศรีเมือง เตรียมจัดวันที่ พิธีเปิดงานอลังการด้วยการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอย่างสวยงาม

ชมขบวนแห่อัตลักษณ์ท้องถิ่น การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมภาคกลาง โขน คณะลิเก ลำตัด การสาธิตของดีบ้านฉัน มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การประกวดรำกลองยาว รำวงมาตรฐาน ชิงเงินรางวัล

พิเศษสุดปีนี้จะมีศิลปินไปสเกตช์ภาพเหมือน มีการออกบูธถ่ายภาพ พร้อมจัดบริการชุดย้อนยุคให้เช่าถ่ายภาพ ชิมอาหารเลิศรสของดีนนทบุรี ไม่ก็เดินช็อปสินค้าตลาดประชารัฐราคาประหยัด ช่วยเหลือชาวไร่ ชาวสวน

น.ส.จิรารัตน์ สุนทรอาคเนย์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด เพิ่มเติมว่า ได้เชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ส่งผลงานเข้าประกวดภาพถ่ายในงานนี้ ตามหัวข้อของงานนี้ ชิงเงินรางวัลและรับใบประกาศนียบัตร

งานนี้ไม่ต้องอิงสตอรี่ “ออเจ้า” พระมหากรุณาธิคุณบูรพกษัตริย์ไทยก็โดดเด่นล้ำค่ายิ่งกว่าอะไรแล้ว

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน นนทบุรีเล่าอดีต “มหาเจษฎาบดินทร์”

ทึ่ง!! โบสถ์รากไม้หนึ่งเดียวในโลก จ.อุทัยธานี สาธุชนแห่แหนเข้าชม-ร่วมทำบุญยกช่อฟ้า “ รากไม้แกะสลักนกหัสดีลิงค์”

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา วัดเขาถ้ำประทุน บ้านศิลาทอง ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้จัดให้มีพิธีทำบุญยกช่อฟ้าพระอุโบสถ และทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างพระอุโบสถรากไม้ โดยมีพระอธิการบุญยืน ปริชาโน เจ้าอาวาสวัดเขาถ้ำประทุน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่ และที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ ร่วมออกร้านโรงทาน และร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

พระอธิการบุญยืน เปิดเผยว่า ย้อนหลังไปเมื่อ 50 -60 ปีก่อน วัดแห่งนี้มีชื่อว่า ป่าชัฏ หรือไร่ชัฏ มีลักษณะเป็นที่พักสงฆ์ ต่อมาประมาณปี 2520 ได้มีพระธุดงค์เดินทางมาพักแรมปฏิบัติธรรม บางครั้งก็มาพักนาน 1-2 พรรษาแล้วก็ย้ายออกไป ที่พักสงฆ์ป่าแห่งนี้เป็นที่วิเวก ไม่มีบ้านเรือน จะมีอยู่บ้างก็ห่างออกไปราวๆ 5-6 กิโลเมตร ประกอบกับความกันดาร พระมาพักอยู่นานไม่ได้ ขาดแคลนทั้งน้ำและเครื่องขบฉัน และต่อมาเมื่อปี 2534 ครูบาอาอาจารย์พร้อมด้วยอาตมาได้เดินธุดงค์ผ่านเข้ามาพักภายในถ้ำ เห็นว่าเป็นสัปปายะ มีความสงบวิเวกดีจึงอยู่จำพรรษาปฏิบัติธรรมเรื่อยมา

พระอธิการบุญยืน กล่าวว่า ขณะนั้นวัดแห่งนี้มีพื้นที่อยู่ประมาณ 2 ไร่เศษ โดยชาวบ้านสมัยนั้นถวายให้เป็นของสงฆ์ ปัจจุบันมีพระอยู่จำพรรษาตลอดไม่เคยขาด อย่างน้อย 5 รูปขึ้นไป และเมื่อปี 2548 พระอาจารย์ทะนง วัดเขาสนามแจง ได้ดำริสร้างพระเจดีย์ บนยอดเขาเพื่อครอบรอยพระบาท ใช้เวลาสร้างนานถึง 2 ปี

เมื่ออาตมาเห็นว่าที่พักสงฆ์แห่งนี้ควรสร้างเป็นวัด ในปี 2543 ต่อมาจึงดำริให้มีการสร้างโบสถ์รากไม้ขึ้นเมื่อปี 2558 เนื่องจากอาตมาเดินธุดงค์ไปพบเห็นรากไม้ ตอไม้ ถูกทิ้งร้างมากมายจึงรู้สึกชอบและคิดที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ พอได้เริ่มสร้างโบสถ์ด้วยรากไม้ก็คิดว่าคงใช้ทุนน้อยกว่าการสร้างด้วยวัสดุอย่างอื่น จึงมีญาติโยมขนมาถวายให้บ้าง ซื้อหามาในราคาถูกๆ บ้าง แต่ก็มีรากขนาดใหญ่ที่ขนมาจากจังหวัดพิษณุโลก โดยโบสถ์รากไม้นี้ชั้นล่างเป็นส่วนของศาลาทำบุญ หรือศาลาการเปรียญสำหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของทางวัด ส่วนชั้นบนเป็นอุโบสถสำหรับการสังฆกรรมของสงฆ์ ถึงแม้นจะสร้างมาเกือบ 4 ปีแล้วแต่ยังไม่เสร็จ อาตมาก็จะค่อยๆ สร้างต่อไปสุดแต่ศรัทธาของญาติโยม ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานคงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์เนื่องจากเป็นโบสถ์รากไม้แห่งเดียวในโลก มีผู้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมทุกวันไม่เคยขาด

ที่มา หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , , | ปิดความเห็น บน ทึ่ง!! โบสถ์รากไม้หนึ่งเดียวในโลก จ.อุทัยธานี สาธุชนแห่แหนเข้าชม-ร่วมทำบุญยกช่อฟ้า “ รากไม้แกะสลักนกหัสดีลิงค์”