“บี๋-ปิยะมาน” ฟันธง ! ระยะยาวอุตฯท่องเที่ยวไทย (ยัง) ดี

ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ยังคงมีทางออกไม่มากนัก และยังเป็นโจทย์ที่หนักสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะหลายส่วนยังคาดการณ์ตัวเลขรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวในปีนี้ว่าจะปิดตัวเลขรายได้ไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท จากที่ทำรายได้รวมที่ 3 ล้านล้านบาทในปี 2562 ที่ผ่านมา

โดยมองว่าเป็นผลจาก 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ประเทศไทยยังไม่มีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปจากต่างประเทศและ 2.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศยังไม่บรรลุเป้าหมาย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “คุณบี๋-ปิยะมาน เตชะไพบูลย์” ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงแนวคิด มุมมอง รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 อย่างหนัก ไว้ดังนี้

คาดปีนี้ทำได้ราว 9 แสนล้าน

“ปิยะมาน” ยอมรับว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปีนี้รุนแรงมาก หนักกว่าทุกปัญหาในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเสื้อเหลือง-แดง, โรคซาร์ส ฯลฯ ที่สำคัญ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการท่องเที่ยวของไทยก็จะฟื้นตัวได้เร็ว

สำหรับวิกฤตโควิดครั้งนี้ทั่วโลกแก้ปัญหาด้วยการปิดประเทศ หยุดการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้ทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด ที่สำคัญไม่สามารถประเมินได้เลยว่าสถานการณ์จะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน จะมีวัคซีนและการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อไหร่

“ตอนนี้ผ่านมา 7-8 เดือนแล้วที่ประเทศไทยไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา และมองว่าผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวของไทยเราน่าจะต้องเผชิญวิกฤตอยู่แบบนี้ไปอีกนาน หรือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพราะส่วนตัวมองว่าเร็วสุดที่คนจะมีความสบายใจในการเดินทางก็น่าจะประมาณกลางปี 2564”

จากผลกระทบอย่างหนักนี้ “ปิยะมาน” บอกว่า ทำให้คาดว่ารายได้ท่องเที่ยวของไทยปีนี้น่าจะมีมูลค่ารวม 9 แสนล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เก็บมาได้แล้วในช่วงครึ่งปีแรกที่ราว 6 แสนล้านบาท ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะทำได้สักประมาณ 3 แสนล้านบาท

ยันเปิดประเทศไม่มีนัยสำคัญ

เมื่อถามว่า ความพยายามในการเปิดประเทศแบบเฉพาะกลุ่มของรัฐบาลในช่วงเดือน 2 เดือนที่ผ่านมานั้น มีนัยสำคัญต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้จากตลาดต่างประเทศแค่ไหน “ปิยะมาน” บอกว่า ส่วนตัวมองว่าการผลักดันเรื่องเปิดประเทศที่ผ่านมาเป็นความพยายามในช่วงเริ่มต้น และทดลองระบบมากกว่าจะมุ่งในเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว

เนื่องจากในช่วงเวลาปกติ ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเฉลี่ยที่ราว 3 ล้านคนต่อเดือน แต่นโยบายการเปิดประเทศขณะนี้มีจำนวนเพียงแค่เดือนละหลักพันคนเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีนัยสำคัญต่อรายได้มากนัก

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-559834

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “บี๋-ปิยะมาน” ฟันธง ! ระยะยาวอุตฯท่องเที่ยวไทย (ยัง) ดี

เมืองพัทยาเร่งแผนพัฒนา 3 จุดท่องเที่ยวใหญ่ สู่การเป็นแลนด์มาร์กใหม่รับ EEC

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 3 แห่งในพื้นที่ ประกอบด้วย ย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ท่าเรือแหลมบาลีฮาย และเขาทัพพระยา ซึ่งในอนาคตจะยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ว่า ในส่วนของท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ทำการศึกษา ออกแบบ สำรวจ และตั้งงบประมาณในการสร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่คู่ขนานไปกับท่าเทียบเรือเดิมภายใต้งบดำเนินการกว่า 700 ล้านบาท 

โดยมีจุดประสงค์สำคัญที่การเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้า และนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันได้ทำการออกแบบจนแล้วเสร็จ เหลือเพียงการนำเสนอเพื่อพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ.

ขณะที่การพัฒนาเขาทัพพระยา ที่จะกำหนดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองพัทยา จะทำการปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบเพื่อรองรับการสร้าง Sky Walk สร้างความสะดวกสบายในการเดินชมทิวทัศน์ให้แก่นักท่องเที่ยว

“ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือแหลมบาลีฮาย ควบคู่ไปกับเขาทัพพระยานั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่า จัดทำแผนศึกษาและออกแบบการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญ หรือ Criuse Terminal บริเวณปลายแหลมบาลีฮาย เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนของการออกแบบรายละเอียดโครงการ”

ที่มา https://mgronline.com/local/detail/9630000111437

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เมืองพัทยาเร่งแผนพัฒนา 3 จุดท่องเที่ยวใหญ่ สู่การเป็นแลนด์มาร์กใหม่รับ EEC

แนวโน้มท่องเที่ยวอาเซียนบูมยุคนิวนอร์มอล

แนวโน้มท่องเที่ยวอาเซียนบูมยุคนิวนอร์มอล และคาดว่าการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ทราเอ็กซ์เอเชีย(TraXasia) ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เปิดเผยรายงานแนวโน้มนักท่องเที่ยวประจำไตรมาส 4 ปี 2563 ชี้การท่องเที่ยวระยะใกล้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคนิวนอร์มอล ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจีนจะยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ตามมาด้วยเกาหลีใต้ ขณะไทยติดโผจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการท่องเที่ยวขาเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง เนื่องจากการท่องเที่ยวระยะใกล้จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในช่วงของการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดทั่วโลก

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/902272

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน แนวโน้มท่องเที่ยวอาเซียนบูมยุคนิวนอร์มอล

“อนุชา” ร่วมตักบาตรเทโวกับชาวพิจิตร สืบทอดประเพณี ส่งเสริมท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ต.ค. 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานบุญประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะพระสงฆ์ 350 รูป ที่วัดเขาทราย ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยมี นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
 
นายอนุชา เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่เห็นประชาชนออกมาทำบุญร่วมกันเป็นจำนวนมาก แสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ ขอให้ร่วมกันทำนุบำรุงรักษาให้พุทธศาสนาเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป สำหรับงานบุญประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ วัดเขาทราย เป็นประเพณีที่ได้กระทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี จะจัดขึ้นในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปีทั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นมรดกประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ จ.พิจิตร เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่และน้อมรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สะท้อนให้เห็นถึงประเพณีอันทรงคุณค่าที่ควรได้รับการสืบทอดให้คงอยู่สืบไป รวมถึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด กระตุ้นการบริโภค สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยหวังให้การจัดงานครั้งนี้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการและประชาชนชาวพิจิตร ขอให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาท่องเที่ยวในงานประเพณีในครั้งนี้ได้รับประสบการณ์ที่ดี นำไปเผยแพร่บอกต่อๆ กันไป และกลับมาเยี่ยมเยือน จ.พิจิตร อีกครั้ง พร้อมกับขอให้ท้องถิ่นต่างๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะพุทธศาสนามากยิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1944541

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “อนุชา” ร่วมตักบาตรเทโวกับชาวพิจิตร สืบทอดประเพณี ส่งเสริมท่องเที่ยว

ประกาศปิดชั่วคราว “เขาใหญ่-ภูสอยดาว” จากผลกระทบพายุโนอึล


เนื่องจากอิทธิพลของพายุโนอึล ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้ต้องประกาศปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ดังนี้

“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ประกาศปิดอุทยานฯ ชั่วคราว ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นอุทยานฯ พร้อมเข้าพักและปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง งดกิจกรรมเดินป่าท่องเที่ยวทุกชนิด โดยปิดเส้นทางขึ้นลงเขาใหญ่ทั้งฝั่งปากช่อง จ.นครราชสีมา และด่านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

เนื่องจากบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน จึงเกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางเส้นทาง กม.32 และมีก้อนหินร่วงหล่นลงมาบนถนน กม.28 เป็นสาเหตุทำให้การจราจรติดขัด และพื้นที่บางแห่งมีปริมาณน้ำเริ่มท่วมขังเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และน้ำในน้ำตกกรองแก้ว หลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร เกือบท่วมถึงสะพานแขวน จึงเกรงว่าหากมีนักท่องเที่ยวไปกางเต้นท์ค้างแรม บริเวณผากล้วยไม้หรือจุดลำตะคอง หากมีน้ำป่าไหลหลากจะเกิดอันตรายได้ จึงแจ้งปิดอุทยานฯ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจึงจะแจ้งกำหนดการเปิดอุทยานฯ ให้ทราบต่อไป

ที่มา https://mgronline.com/travel/detail/9630000096033

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ประกาศปิดชั่วคราว “เขาใหญ่-ภูสอยดาว” จากผลกระทบพายุโนอึล

‘สมุย’ เร่งแก้โจทย์ไทยเที่ยวไทย ถก ‘แอร์ไลน์-เรือ’ เปิดทางเข้าเกาะทุกด้าน

“ท่องเที่ยวสมุย” ยังหนัก! ต้นทุนการเดินทางแพง-คนไทยไม่คุ้นเคย เผยอัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยเป็นตัวเลขหลักเดียว เร่งต่อท่อการคมนาคมเข้าเกาะทุกด้านทั้งทางอากาศ-ทางน้ำ รองรับคนไทยให้เที่ยวสมุยง่ายขึ้น โหมทำการตลาดทุกรูปแบบ พร้อมอัดโปรโมชั่นร่วมกับแอร์ไลน์ ด้าน ททท.หนุนพัฒนาโปรดักต์ใหม่ดึงตลาดคนไทย

นายวรสิทธิ์ ผ่องอำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ นายเรืองนาม ใจกว้างนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก ร่วมกันเปิดเผยว่า แม้กระแสการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มคนไทยขณะนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากอานิสงส์ของนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของคนไทยภายใต้โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” แต่บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั้นยังไม่คึกคักนัก แม้ที่ผ่านมาจะมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้วประมาณ 10,000 ห้อง หรือราว 30-35%ของโรงแรมทั้งหมด โดยปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเป็นตัวเลขแค่ตัวเดียว กล่าวคือยังไม่ถึง 10%

ถก “แอร์ไลน์-เรือ” เพิ่มบริการ

ทั้งนี้ เป็นผลจากข้อจำกัดในเรื่องการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเป็นหลัก เนื่องจากเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (เจ้าของสนามบินสุมย)ยังเปิดให้บริการเพียง 6 เที่ยวบินต่อวันรวมถึงเรือโดยสารที่ยังให้บริการไม่เต็มที่ทำให้การเดินทางเข้า-ออกสมุยเป็นเรื่องที่ไม่สะดวก และมีต้นทุนค่อนข้างสูง

นายวรสิทธิ์กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเพื่อเปิดหน้าด่าน รองรับนักท่องเที่ยวคนไทยทั้งทางอากาศและทางน้ำ โดยที่ผ่านมาได้เจรจากับทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้เพิ่มเที่ยวบินจาก6 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 14 เที่ยวบินต่อวันซึ่งคาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 500 คนต่อวัน เป็น 1,500 คนต่อวัน รวมถึงเจรจากับผู้ให้บริการเรือโดยสารทุกบริษัทเพิ่มปริมาณเที่ยวเรือให้สอดรับกับปริมาณรถส่วนตัวที่นักท่องเที่ยวขับมาเที่ยวเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย

ดันคนไทยเที่ยวสมุยวันละ 5 พัน

“ปกติในช่วงโลว์ซีซั่น สมุยจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประมาณ5,000 คน ขณะนี้ทำได้แค่ประมาณ 1,000 คน ตอนนี้เราพยายามทำทุกอย่างให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมา ให้อยู่ในระดับ 2,000 คน เข้ามาสู่สมุยเฉลี่ยได้ถึง 5,000 คนต่อวัน เพื่อทำให้โรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยได้ถึง 10%”

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-520554

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘สมุย’ เร่งแก้โจทย์ไทยเที่ยวไทย ถก ‘แอร์ไลน์-เรือ’ เปิดทางเข้าเกาะทุกด้าน

“วีระ”อดีตรมว.วัฒนธรรม เสนอปฏิรูปประเทศด้วยวัฒนธรรม 3 ด้าน

วันนี้วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของคนแก่ ไม่เชย ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์โบราณสถาน แต่วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ สร้างรายได้ความมั่งคั่งให้ประเทศ
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 63 ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานอนุกรรมการด้านวัฒนธรรม อดีตรมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นพลวัตและเครื่องมือหล่อหลอมคนในสังคม ย่อมมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้ตลอดเวลา วันนี้วัฒนธรรมจึงไม่ใช่เรื่องคนแก่ ไม่เชย และไม่ใช่แค่การอนุรักษ์โบราณสถานอีกต่อไป แต่วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถสร้างรายได้และความมั่งคั่งให้ประเทศ สร้างความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับนานาชาติ และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก ทั้งนี้คณะอนุกรรมการด้านวัฒนธรรมมีการหารือและสรุปประเด็นเป้าหมายเพื่อเสนอการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม 3 ด้าน ดังนี้

1.การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และสันติสุข โดยจะมีการผลักดันการสร้างสังคมคุณธรรมที่มีอัตลักษณ์ค่านิยมไทย และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อนานาประเทศด้วยสื่อที่ทันสมัยและเข้าถึงทุกช่วงวัย รวมทั้งให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม รูปแบบ “พลังบวร” ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ศาสนสถาน และโรงเรียน หรือสถานที่ราชการ นอกจากนี้จะส่งเสริมประชาชนให้มีจิตสำนึกต่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ตลอดจนเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเป็นวาระแห่งชาติ จะผลักดันให้คนไทยทุกระดับมีความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และจะเพิ่มเติมการส่งเสริมความกตัญญูรู้คุณด้วย

2.การเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและนอกระบบการศึกษา จะมีการส่งเสริมการบูรณาการและสร้างกลไกการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม ในระบบการศึกษาทุกช่วงชั้น ส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ทุกประเภท ทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน ส่งเสริมการเรียนรู้สื่อทุกประเภท จัดให้มีศูนย์ความรู้ระดับชาติ และส่วนภูมิภาคอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม
นายวีระ กล่าวอีกว่า

3.การนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในลักษณะอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมแบบครบวงจร ได้แก่ อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น งานเทศกาล และมวยไทย อีกทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอาเซียนและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ที่มา https://siamrath.co.th/n/179602

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “วีระ”อดีตรมว.วัฒนธรรม เสนอปฏิรูปประเทศด้วยวัฒนธรรม 3 ด้าน

‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ เสนอผลักดัน 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรม

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอ 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรมที่ควรปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ได้แก่ (1) ภูมิภาษาและปัญญาแผ่นดิน (2) ภูมิพื้นที่ศิลปวัฒนธรรม และ (3) วัฒนธรรมสัมพันธ์นานาชาติ ทั้งนี้ เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงเห็นสมควรเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา แล้วให้เชิญประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมด้วยในวันพฤหัสบดี 27 สิงหาคม 2563 เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องสำคัญเร่งด่วน ตามที่คณะอนุกรรมาธิการเป็นผู้เสนอ และเพื่อให้เกิดบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป

ที่มา https://siamrath.co.th/n/176687

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ เสนอผลักดัน 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญเที่ยวงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี เชิญชวนทุกท่านร่วมงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi” เพื่อสนับสนุนการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของอาหาร พร้อมสร้างสรรค์เมนูใหม่จากวัตถุดิบท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์อาหารผ่านการท่องเที่ยวประจำจังหวัดและภูมิภาค ถือเป็นการสร้างรายได้เข้ามาในชุมชน และได้ยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก

กิจกรรมในงานนำเสนอรูปแบบชุมชนวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบไทย

Challenger Eat Thai Food การโชว์ปรุงอาหารเมนูคิดขึ้นมาใหม่โดย โดย เซเลบริตี้ เชฟ จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ซิดนีย์ “เชฟบอส-พัฒนพงศ์ วงศ์วรรณ” ที่จะมาถ่ายทอดการทำอาหารเมนูคิดค้นขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อเป็นเมนูประจำจังหวัดสูตรใหม่ แบบ Live สด ในแฟนเพจ “Thai Feaw by Kanchanaburi” และร่วมสนุกร่วมเชียร์ไปกับการแข่งขัน “กินชิ้นดุ” ลูกชิ้นสูตรอร่อย อาหารขึ้นชื่อจาก ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีVariety Food เพลิดเพลินไปกับร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ทั้งอาหารพื้นบ้านประจำท้องถิ่นรสเลิศ ร้านค้าสไตล์ครีเอทีฟเอาใจคนชอบถ่ายรูปและคาราวานฟู้ดทรัค รถคลาสสิค มีโซนของฝากจากท้องถิ่น รวบรวมของอร่อยจากทั่วทุกภูมิภาค มาร่วมออกร้านสร้างความหลากหลายFun Lively การประกวดเต้นบาสะโลบ “รุ่นใหม่ปะทะรุ่นใหญ่” /การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “เอ๊ะ จิรากร” และ “ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ” /รำวงย้อนยุคแบบไทย/การละเล่นชุดกลองยาว/นวดผ่อนคลาย/ การทำนายดวงชะตาแบบแปลกใหม่/ และร่วมกิจกรรมการแต่งกายแบบวิถีพื้นบ้านประยุกต์ ตามชื่องาน “ไทยเฟี้ยวบายกาญจนบุรี” ในธีม “นุ่งสไบใส่ยีนส์”Activiity Workshop สอนการทำเมนูอาหารสูตรรังสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อมอบให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้นำไปต่อยอดสร้างรายได้ โดยเชฟที่มีชื่อเสียง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3151887

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญเที่ยวงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi”

สมบัติชาติ! วัฒนธรรม จ.สงขลาทวง “ผ้าพระบฏ” จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง หลังยืมไปนานถึง 5 ปีไม่ยอมคืน

วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ขอทวงคืน “ผ้าพระบฏ” 4 ผืนสำคัญสมัยอยุธยาตอนปลาย-รัตนโกสินทร์ตอนต้น จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดังกลับคืน หลังขอยืมไปคัดลอกนาน 5 ปี

วันนี้ (6 ส.ค.) นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “ขอทวงคืนผ้าพระบฏกลับสู่สงขลา” โดยระบุว่า ได้รับมอบหมายจากวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาให้เป็นธุระในการทวงคืนผ้าพระบฏสำคัญ สมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยด้านศิลปะดังย่านท่าช้างได้ยืมไปคัดลอกอย่างน้อย 4 ผืน จากวัดถ้ำตลอดและวัดคูหาใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นเวลานานถึง 5 ปีแล้ว ประชาชนจังหวัดสงขลาขอทวงคืน    

“การที่อาจารย์ท่านดังกล่าวยืมไปคัดลอกถึง 5 ปีนั้น นานเกินไป และสมบัตินี้เป็นสมบัติชาติ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น แม้ว่าท่านจะอ้างว่าคัดลอกยังไม่เสร็จหรืออย่างใด ท่านไม่มีสิทธิโยกโย้อีกต่อไป อาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มี 2 ท่าน ขอให้ติดต่อเพื่อประสานคืนที่ผมภายในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.2563 หากท่านไม่ติดต่อมา ผมจะดำเนินการต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามให้บุคคลต่างๆ มาขอคืนแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด อีกทั้งยังทราบว่าอาจารย์ท่านดังกล่าวมีบารมีรู้จักเจ้าใหญ่นายโตจำนวนมากจึงไม่มีใครกล้าทวงคืน” นายวรา ระบุ

นายวรา ยังระบุด้วยว่า ผ้าพระบฏผืนที่นำมาแสดงนี้เป็น 1 ใน 4 ผืน ผืนนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และถือว่างดงามสมบูรณ์ที่สุดในภาคใต้ เขียนเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ส่วนอีก 3 ผืนทราบว่า เป็นสมัยรัชกาลที่ 1 หรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งสำคัญมากอีกเช่นกัน โดยผ้าพระบฏแต่ละผืนมีความยาวประมาณ 2-3 เมตร

ที่มา https://mgronline.com/south/detail/9630000080608

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สมบัติชาติ! วัฒนธรรม จ.สงขลาทวง “ผ้าพระบฏ” จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง หลังยืมไปนานถึง 5 ปีไม่ยอมคืน