“ลอยกระทงลงขัน” มหาวิทยาลัยทักษิณ สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย

ณ ริมบึง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ดวงจันทร์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนิสิต สงขลา พร้อมด้วยอาจารย์ ดร.กิตติธัช คงชะวัน ผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาเขตสงขลา ผู้บริหาร บุคลากร นิสิต และประชาชนในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมลอยกระทงลงขัน ณ ริมบึง มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ จัดงานลอยกระทงลงขัน ประจำปี 2562 รณรงค์เชิญชวนบุคลากร นิสิต และประชาชนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมการลอยกระทงของชาติ พร้อมทั้งทำบุญ และร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปกับมหาวิทยาลัยทักษิณ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3067229

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “ลอยกระทงลงขัน” มหาวิทยาลัยทักษิณ สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย

วธ.ชื่นชมเครือข่ายพลัง “บวร” ขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมฯ เมืองลับแล อุตรดิตถ์

เมื่อเร็วๆ นี้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยมีนางสาวกนกกาญจน์ ลอยพงศ์ศรี ผอ.กลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นางปารณีย์ เตชะปุณยงค์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ นางทมาภรณ์ ชัยชนะ รองผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนพนมมาศพิทยากร ตัวแทนชุมชนคุณธรรมฯ ให้การต้อนรับ ณ พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

โดยปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมอาคารศูนย์บริการการท่องเที่ยว จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ของฝากเมืองลับแล สาธิตการทอผ้า เยี่ยมชมชาวชุมชนคุณธรรมฯ เมืองลับแล 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนตลาดลับแล คอกช้าง หัวร้อง-ฟากท่าป่ายาง ยางกระไดเหนือ ยางกระไดใต้ และชุมชนบ้านหนอง สาธิตการทำไม้กวาดลับแล ตัดหน้าหมอนสามเหลี่ยม เยี่ยมชมอาคารนิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์ด้วย จากนั้นเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท – พวน ด้วย

ที่มา https://www.thairnews.com

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน วธ.ชื่นชมเครือข่ายพลัง “บวร” ขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมฯ เมืองลับแล อุตรดิตถ์

รองปลัดกทม.ร่วมประชุม “โครงการประชุมทำแผนพัฒนาท้องถิ่น”

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี จัด “โครงการประชุมทำแผนพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครเขตอนุรักษ์เมืองเก่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทางฝั่งธนบุรี” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ มีส่วนร่วมในการเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ อาคาร 2 ชั้น 8

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3060158

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน รองปลัดกทม.ร่วมประชุม “โครงการประชุมทำแผนพัฒนาท้องถิ่น”

กรมศิลปากร ตรวจสอบโครงสร้างเจดีย์วัดล่ามช้าง จ.เชียงใหม่ พบยังมั่นคงแข็งแรง หลังเกิดชำรุดเสียหายจากฝนตกหนัก

กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายอิทธิพล  คุณปลื้ม) ได้สั่งการให้กรมศิลปากร โดย สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของเจดีย์วัดล่ามช้าง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า สภาพโดยรวมของเจดีย์ยังมั่นคงแข็งแรง เนื่องจากโครงสร้างเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็กรัดรอบสี่ชั้น จึงได้มอบหมายให้จัดทำรายละเอียดความเสียหายและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งปิดห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในลานประทักษิณของเจดีย์แล้ว

ที่มา https://www.thairnews.com

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กรมศิลปากร ตรวจสอบโครงสร้างเจดีย์วัดล่ามช้าง จ.เชียงใหม่ พบยังมั่นคงแข็งแรง หลังเกิดชำรุดเสียหายจากฝนตกหนัก

ม.พะเยา ลงพื้นที่ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุ จังหวัดพะเยา

เมื่อเร็วๆนี้ คณาจารย์และนิสิตสาขาวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ นำโดย อาจารย์กมลพงศ์ รัตนสงวนวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด พร้อมด้วย ดร.ธัญทิพย์ คฤหโยธิน, อาจารย์บุรินทร์ บัณฑะวงค์ และอาจารย์ชาญชัย พรมมิ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด ได้ลงพื้นที่ดำเนินโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เรื่องการสืบสานผ้าศิลปะวัฒนธรรมผ้าทอดอกคำใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 1 คณะ 1 Signature คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยได้นำผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ของกลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุวัดดอนไชย ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ร่วมออกบูธในงานกาดหมั้วฮิมตาง สัญจร ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้ ณ สนามที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3054964

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ม.พะเยา ลงพื้นที่ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กลุ่มผ้าทอผู้สูงอายุ จังหวัดพะเยา

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม สร้างประทีปเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

ที่บริเวณลานซุ้มทำเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แถลงข่าวการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 6-14 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อเป็นการสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามในการสร้างประทีปเป็นพุทธบูชาในช่วงวันออกพรรษา และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น

นายสยามเปิดเผยว่า งานไหลเรือไฟและงานกาชาดในปีนี้ จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ขึ้น จำนวน 13 ลำ มีมูลค่าการก่อสร้างลำละประมาณ 1 ล้านบาท โดยแต่ละลำจะมีการนำไม้ไผ่มากกว่า 5,000 ลำ มาทำเป็นโครงสร้างของเรือไฟ ซึ่งขนาดความยาวแบ่งออกเป็นขนาด 40 เมตรขึ้นไป ส่วนความสูงของเรือไฟขึ้นอยู่กับลวดลายที่ออกแบบ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 เมตร มีการประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ประมาณ 30,000-50,000 ดวงต่อ 1 ลำเรือ โดยตะเกียงไฟจะนำไปแขวนบนเส้นลวดในตำแหน่งต่างๆ ที่มีการออกแบบให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีและศีลธรรม ที่เมื่อจุดไฟที่ตะเกียงแล้วจะเกิดแสงสว่างไสวเป็นลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้เรือไฟบางลำจะมีการออกแบบให้มีความพิเศษ เช่น มีบางส่วนเคลื่อนไหวได้ หรือสามารถพ่นไฟได้ เป็นต้น

งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมมีการไหลเรือไฟโชว์คืนละ 1 ลำ พร้อมกับกระทงสาย (ไข่พญานาค) 6,000 ดวง ขณะที่ไฮไลต์ทั้งหมดจะอยู่ในวันที่ 13 ตุลาคมที่จะเป็นการไหลเรือไฟทั้ง 13 ลำ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีว่าเรือไฟของอำเภอใดจะคว้าถ้วยรางวัลพระราชทานไปครอง โดยเฉพาะแชมป์เก่าอย่างเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ที่ครองแชมป์เรือไฟประเภทสวยงามถึง 2 ปีซ้อน (2560-2561) ปีนี้จัดหนักกว่าเดิม เพราะสร้างเรือไฟที่มีความยาวถึง 110 เมตร สูง 30 เมตร เทียบเท่ากับตึก 10 ชั้น ประกาศป้องกันแชมป์ได้ไว้แน่ พร้อมกับกระทงสายอีก 12,000 ดวง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามกลางลำแม่น้ำโขง ส่วนกรรมการผู้ตัดสินเรือไฟได้รับเกียรติจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม และศาลเยาวชน พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมการไหลเรือไฟโบราณ ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมงานสามารถนำเรือไฟขนาดเล็กที่ประดิษฐ์จากกาบกล้วยมาวางบนเรือไฟโบราณเพื่ออธิษฐานขอพร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปปล่อยกลางลำน้ำโขงให้ โดยความพิเศษจะอยู่ที่มีการสร้างเป็นปีนักษัตรให้ผู้ที่เกิดแต่ละปีได้ร่วมกันลอยความทุกข์ ความเศร้าออกไปจากชีวิตตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3051100

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม สร้างประทีปเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

กระจกไร้เงา นวัตกรรมแดนใต้

“ภาคใต้ชายแดน” คงเป็นอีกกลุ่มพื้นที่หนึ่งที่เอื้อต่อ การพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการเกิดขึ้นของสตาร์ท อัพ เนื่องด้วยศักยภาพและอัตลักษณ์ของพื้นที่ที่มีความเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นในด้านศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว วิถีชีวิตของผู้คนที่ยึดโยงกับความเป็นมุสลิมและฮาลาล รวมทั้ง ในด้านเกษตรกรรมและการค้าขาย ปัจจัยดังกล่าวได้ถูกผสมผสาน กับองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ๆ จนหลอมรวมให้เกิดเป็นธุรกิจนวัตกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ก่อให้เกิดทั้งมูลค่า คุณค่า และยังพลิกโฉมพื้นที่ให้มีความน่าสนใจและควรค่าการลงทุนมาก ยิ่งขึ้น

มาดูกันว่านวัตกรรมได้ก้าวเข้ามาเป็นอีกส่วนสำคัญของพื้นที่ภาคใต้ชายแดนอย่างไรกันบ้าง โดยผ่าน 3 ผู้ประกอบการต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ การคิดและการต่อยอดที่ไม่หยุดยั้ง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสรรหาโอกาสจากวิกฤติที่เกิดขึ้นรอบตัว และยังมีหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจอย่างการใช้นวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความก้าวหน้า แตกต่าง และไม่เหมือนใครอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3049318

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กระจกไร้เงา นวัตกรรมแดนใต้

กทม.แนวทางการบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. เปิดเผยถึงรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่พอใจการแสดงความเห็นเรื่องการสนับสนุนงบประมาณของ กทม. ว่า คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นผู้อำนวยการหอศิลปฯ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการหอศิลปฯ ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ มอบหมายซึ่งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยประเมินประสิทธิภาพการทำงานทุกปีตามข้อบังคับมูลนิธิฯ การเปิดเผยข้อมูลผลการประเมินการปฏิบัติงาน เป็นสิทธิและหน้าที่ของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ส่วนการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นั้น กทม. ไม่มีผู้แทนหรือบุคลากรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหอศิลปฯ แต่อย่างใด

ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการและการสนับสนุนการดำเนินงานของหอศิลปฯ ทาง กทม. มีสัญญาให้สิทธิในตัวอาคารและการบริหารจัดการหอศิลปฯ แก่คณะกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหอศิลปฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2554 ปัจจุบันคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่ได้เข้าบริหารจัดการหอศิลปฯ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2562 โดย กทม. มีคณะกรรมการที่ปรึกษาหอศิลปฯ ทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย และการดำเนินงานของมูลนิธิ เช่น งบประมาณการหารายได้ของหอศิลปฯ เป็นต้น

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3046647

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กทม.แนวทางการบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

“รองฯวิษณุ” ร่วมกับสถานทูตจีน เปิดนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนกับกองทัพทหารดินเผา เปิดให้ชมถึง 15 ธ.ค.62

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors) โดยมี H.E. Mr. Lyu Jian เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์  ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นาย Qian Ji Kui รองผู้อำนวยการสำนักบริหารมรดกวัฒนธรรมมลฑลส่านซี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธี ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นิทรรศการพิเศษ จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สำนักงานบริหารมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี ศูนย์ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ จำนวน 86 รายการ (133 ชิ้น) ซึ่งมีอายุกว่า 2,200 ปี จากพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ 14 แห่ง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน นำมาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  โดยแบ่งเนื้อหานิทรรศการเป็น 4 หัวข้อหลัก ดังนี้

  1. พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอความเป็นแคว้นต่าง ๆ ที่มีการ

ปกครองเป็นเอกเทศ มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการหล่อสำริด เช่น การผลิตอาวุธ เครื่องดนตรี ภาชนะ และเงินตรา รวมถึงความก้าวหน้าทางการทหาร ซึ่งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินที่เป็นแคว้นขนาดเล็กในเขตชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีนโบราณ กลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งในเวลาต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธและเงินตรา

2.จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ มหาราชองค์แรกใน

ประวัติศาสตร์จีนที่โลกต้องจารึก ประมาณ   2,200 กว่าปีมาแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ประสูติในฐานะเจ้าชายแห่งแคว้นฉิน

เมื่อพระชนมายุ 13 พรรษา ได้รับการสถาปนาขึ้นปกครองแคว้นฉินแทนพระราชบิดา และประกอบพิธีราชาภิเษกเมื่อพระชนมายุ 22 พรรษา พระราชกรณียกิจของพระองค์ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์จีน เช่น การสถาปนาราชวงศ์ฉิน การผนวกแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น การปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง     กำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และการพัฒนาสาธารณูปโภค ทรงริเริ่มให้มีการก่อสร้างและเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีน

3. สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ จิ๋นซีฮ่องเต้มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ

จึงเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า ซึ่งได้รับการบันทึกไว้โดย “ซือหม่าเฉียน” อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนาได้กระจ่างขึ้นเมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผา เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2517 หรือคริสต์ศักราช 1974 ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อพุทธศักราช 2530 โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้เป็นส่วนสำคัญของนิทรรศการ เช่น หุ่นทหารและม้าดินเผา เสื้อเกราะ อาวุธสำริด และรถม้าสำริด

4.สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่น มรดกทางวัฒนธรรมจากจักรพรรดิจิ๋นซีและราชวงศ์ฉินส่งต่อสู่ราชวงศ์ฮั่น ส่วนสุดท้ายของนิทรรศการจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานในสมัยราชวงศ์ฮั่น และโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวประเพณี วิถีชีวิต ความรุ่งเรือง ทางด้านวัฒนธรรม การเมือง การปกครอง สังคม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีทางการทหาร ตลอดจนการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติบนเส้นทางสายแพรไหมสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นับเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนอย่างแท้จริง

ที่มา https://www.thairnews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%af%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b8-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99/


Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “รองฯวิษณุ” ร่วมกับสถานทูตจีน เปิดนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนกับกองทัพทหารดินเผา เปิดให้ชมถึง 15 ธ.ค.62

มทร.อีสาน เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในโคราช “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา จัดเทศกาลหุ่นฟางโคราช ณ ศูนย์หนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการเมืองศิลปวัฒนธรรม Art and Culture สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ Thailand Biennale Korat 2020 ที่ระดมช่างฝีมือ และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จาก 8 สถาบันทั่วประเทศ มาโชว์ฝีมือเชิงประติมากรรมประดิษฐ์หุ่นฟางเชิงศิลป์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ โคราชดินแดนบรรพชีวิน และ ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ โดยมีผลงานส่งประกวดและจัดแสดงกว่า 20 ตัว แบ่งประกวดเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ประชาชนทั่วไป และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ระหว่างวันที่ 1 -10 ก.ย.62 ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

เทศกาลหุ่นฟางจะสอดแทรกความอบอุ่นและความงดงามผ่านแนวคิดและการอธิบายความหมายของหุ่นฟางแต่ละตัว เพราะโจทย์ที่ทีมประชาชนทั่วไปจะได้รับคือ ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ซึ่งทีมที่ชนะเลิศได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา หุ่นฟางรูปดอกบัว ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่การจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย: ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2562 จัดโดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่มีสมาชิกร่วมจัดแสดงนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนกว่า 100 โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลที่ร่วมสนองพระราชดำริ 26 ตำบล หน่วยงานสนองพระราชดำริ ชั้นนำของประเทศ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน กว่า 130 หน่วยงาน ส่วนระดับอุดมศึกษา มีหัวข้อในการจัดแสดงหุ่นฟางในหัวข้อ บรรพชีวินถิ่นโคราช รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หุ่นฟางรูปหนอนไหม ซึ่งเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวและการผูกโยงเรื่องราวของสัตว์โบราณและวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยการนำฟางมาทำเป็นงานศิลปะ หรือใช้เป็นเศษวัสดุจากการเกษตร วิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งเป็นสังคมเกษตร มีข้าวเป็นหัวใจหลัก สิ่งเหล่านี้จะผูกโยงกันโดยอัตโนมัติ และแต่ละทีมจะนิยามใหม่จากหัวข้อต่อยอดเป็นแนวคิดได้อย่างน่าสนใจ และแตกต่างกันไป สามารถนิยามให้เกิดความเฉพาะขึ้นได้ครับ

เทศกาลหุ่นฟางทุกตัวในวันนี้ทั้งหุ่นฟางรูปช้าง หุ่นฟางรูปหมูบิน หุ่นฟางรูปม้าศึก หุ่นฟางรูปกระทิง หุ่นฟางรูปไก่ หุ่นฟางรูปดอกบัว และทุกตัว จะถูกตั้งโชว์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง อ.หนองระเวียง จ.นครราชสีมา โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. ตั้งแต่วันนี้ ถึง เดือนธันวาคม 2562

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3039954

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน มทร.อีสาน เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในโคราช “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์”