ประกาศปิดชั่วคราว “เขาใหญ่-ภูสอยดาว” จากผลกระทบพายุโนอึล


เนื่องจากอิทธิพลของพายุโนอึล ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้ต้องประกาศปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ดังนี้

“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ประกาศปิดอุทยานฯ ชั่วคราว ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นอุทยานฯ พร้อมเข้าพักและปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง งดกิจกรรมเดินป่าท่องเที่ยวทุกชนิด โดยปิดเส้นทางขึ้นลงเขาใหญ่ทั้งฝั่งปากช่อง จ.นครราชสีมา และด่านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

เนื่องจากบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน จึงเกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางเส้นทาง กม.32 และมีก้อนหินร่วงหล่นลงมาบนถนน กม.28 เป็นสาเหตุทำให้การจราจรติดขัด และพื้นที่บางแห่งมีปริมาณน้ำเริ่มท่วมขังเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และน้ำในน้ำตกกรองแก้ว หลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร เกือบท่วมถึงสะพานแขวน จึงเกรงว่าหากมีนักท่องเที่ยวไปกางเต้นท์ค้างแรม บริเวณผากล้วยไม้หรือจุดลำตะคอง หากมีน้ำป่าไหลหลากจะเกิดอันตรายได้ จึงแจ้งปิดอุทยานฯ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจึงจะแจ้งกำหนดการเปิดอุทยานฯ ให้ทราบต่อไป

ที่มา https://mgronline.com/travel/detail/9630000096033

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ประกาศปิดชั่วคราว “เขาใหญ่-ภูสอยดาว” จากผลกระทบพายุโนอึล

‘สมุย’ เร่งแก้โจทย์ไทยเที่ยวไทย ถก ‘แอร์ไลน์-เรือ’ เปิดทางเข้าเกาะทุกด้าน

“ท่องเที่ยวสมุย” ยังหนัก! ต้นทุนการเดินทางแพง-คนไทยไม่คุ้นเคย เผยอัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยเป็นตัวเลขหลักเดียว เร่งต่อท่อการคมนาคมเข้าเกาะทุกด้านทั้งทางอากาศ-ทางน้ำ รองรับคนไทยให้เที่ยวสมุยง่ายขึ้น โหมทำการตลาดทุกรูปแบบ พร้อมอัดโปรโมชั่นร่วมกับแอร์ไลน์ ด้าน ททท.หนุนพัฒนาโปรดักต์ใหม่ดึงตลาดคนไทย

นายวรสิทธิ์ ผ่องอำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ นายเรืองนาม ใจกว้างนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก ร่วมกันเปิดเผยว่า แม้กระแสการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มคนไทยขณะนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากอานิสงส์ของนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของคนไทยภายใต้โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” แต่บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั้นยังไม่คึกคักนัก แม้ที่ผ่านมาจะมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้วประมาณ 10,000 ห้อง หรือราว 30-35%ของโรงแรมทั้งหมด โดยปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเป็นตัวเลขแค่ตัวเดียว กล่าวคือยังไม่ถึง 10%

ถก “แอร์ไลน์-เรือ” เพิ่มบริการ

ทั้งนี้ เป็นผลจากข้อจำกัดในเรื่องการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเป็นหลัก เนื่องจากเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (เจ้าของสนามบินสุมย)ยังเปิดให้บริการเพียง 6 เที่ยวบินต่อวันรวมถึงเรือโดยสารที่ยังให้บริการไม่เต็มที่ทำให้การเดินทางเข้า-ออกสมุยเป็นเรื่องที่ไม่สะดวก และมีต้นทุนค่อนข้างสูง

นายวรสิทธิ์กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเพื่อเปิดหน้าด่าน รองรับนักท่องเที่ยวคนไทยทั้งทางอากาศและทางน้ำ โดยที่ผ่านมาได้เจรจากับทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้เพิ่มเที่ยวบินจาก6 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 14 เที่ยวบินต่อวันซึ่งคาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 500 คนต่อวัน เป็น 1,500 คนต่อวัน รวมถึงเจรจากับผู้ให้บริการเรือโดยสารทุกบริษัทเพิ่มปริมาณเที่ยวเรือให้สอดรับกับปริมาณรถส่วนตัวที่นักท่องเที่ยวขับมาเที่ยวเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย

ดันคนไทยเที่ยวสมุยวันละ 5 พัน

“ปกติในช่วงโลว์ซีซั่น สมุยจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประมาณ5,000 คน ขณะนี้ทำได้แค่ประมาณ 1,000 คน ตอนนี้เราพยายามทำทุกอย่างให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมา ให้อยู่ในระดับ 2,000 คน เข้ามาสู่สมุยเฉลี่ยได้ถึง 5,000 คนต่อวัน เพื่อทำให้โรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยได้ถึง 10%”

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-520554

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘สมุย’ เร่งแก้โจทย์ไทยเที่ยวไทย ถก ‘แอร์ไลน์-เรือ’ เปิดทางเข้าเกาะทุกด้าน

“วีระ”อดีตรมว.วัฒนธรรม เสนอปฏิรูปประเทศด้วยวัฒนธรรม 3 ด้าน

วันนี้วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของคนแก่ ไม่เชย ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์โบราณสถาน แต่วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ สร้างรายได้ความมั่งคั่งให้ประเทศ
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 63 ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานอนุกรรมการด้านวัฒนธรรม อดีตรมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นพลวัตและเครื่องมือหล่อหลอมคนในสังคม ย่อมมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้ตลอดเวลา วันนี้วัฒนธรรมจึงไม่ใช่เรื่องคนแก่ ไม่เชย และไม่ใช่แค่การอนุรักษ์โบราณสถานอีกต่อไป แต่วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถสร้างรายได้และความมั่งคั่งให้ประเทศ สร้างความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับนานาชาติ และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก ทั้งนี้คณะอนุกรรมการด้านวัฒนธรรมมีการหารือและสรุปประเด็นเป้าหมายเพื่อเสนอการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม 3 ด้าน ดังนี้

1.การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และสันติสุข โดยจะมีการผลักดันการสร้างสังคมคุณธรรมที่มีอัตลักษณ์ค่านิยมไทย และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อนานาประเทศด้วยสื่อที่ทันสมัยและเข้าถึงทุกช่วงวัย รวมทั้งให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม รูปแบบ “พลังบวร” ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ศาสนสถาน และโรงเรียน หรือสถานที่ราชการ นอกจากนี้จะส่งเสริมประชาชนให้มีจิตสำนึกต่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ตลอดจนเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเป็นวาระแห่งชาติ จะผลักดันให้คนไทยทุกระดับมีความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และจะเพิ่มเติมการส่งเสริมความกตัญญูรู้คุณด้วย

2.การเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและนอกระบบการศึกษา จะมีการส่งเสริมการบูรณาการและสร้างกลไกการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม ในระบบการศึกษาทุกช่วงชั้น ส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ทุกประเภท ทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน ส่งเสริมการเรียนรู้สื่อทุกประเภท จัดให้มีศูนย์ความรู้ระดับชาติ และส่วนภูมิภาคอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม
นายวีระ กล่าวอีกว่า

3.การนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในลักษณะอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมแบบครบวงจร ได้แก่ อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น งานเทศกาล และมวยไทย อีกทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอาเซียนและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ที่มา https://siamrath.co.th/n/179602

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “วีระ”อดีตรมว.วัฒนธรรม เสนอปฏิรูปประเทศด้วยวัฒนธรรม 3 ด้าน

‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ เสนอผลักดัน 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรม

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอ 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรมที่ควรปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ได้แก่ (1) ภูมิภาษาและปัญญาแผ่นดิน (2) ภูมิพื้นที่ศิลปวัฒนธรรม และ (3) วัฒนธรรมสัมพันธ์นานาชาติ ทั้งนี้ เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงเห็นสมควรเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา แล้วให้เชิญประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมด้วยในวันพฤหัสบดี 27 สิงหาคม 2563 เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องสำคัญเร่งด่วน ตามที่คณะอนุกรรมาธิการเป็นผู้เสนอ และเพื่อให้เกิดบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป

ที่มา https://siamrath.co.th/n/176687

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ เสนอผลักดัน 3 เรื่องสำคัญของงานด้านศิลปวัฒนธรรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญเที่ยวงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี เชิญชวนทุกท่านร่วมงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi” เพื่อสนับสนุนการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของอาหาร พร้อมสร้างสรรค์เมนูใหม่จากวัตถุดิบท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์อาหารผ่านการท่องเที่ยวประจำจังหวัดและภูมิภาค ถือเป็นการสร้างรายได้เข้ามาในชุมชน และได้ยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก

กิจกรรมในงานนำเสนอรูปแบบชุมชนวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบไทย

Challenger Eat Thai Food การโชว์ปรุงอาหารเมนูคิดขึ้นมาใหม่โดย โดย เซเลบริตี้ เชฟ จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ซิดนีย์ “เชฟบอส-พัฒนพงศ์ วงศ์วรรณ” ที่จะมาถ่ายทอดการทำอาหารเมนูคิดค้นขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อเป็นเมนูประจำจังหวัดสูตรใหม่ แบบ Live สด ในแฟนเพจ “Thai Feaw by Kanchanaburi” และร่วมสนุกร่วมเชียร์ไปกับการแข่งขัน “กินชิ้นดุ” ลูกชิ้นสูตรอร่อย อาหารขึ้นชื่อจาก ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีVariety Food เพลิดเพลินไปกับร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ทั้งอาหารพื้นบ้านประจำท้องถิ่นรสเลิศ ร้านค้าสไตล์ครีเอทีฟเอาใจคนชอบถ่ายรูปและคาราวานฟู้ดทรัค รถคลาสสิค มีโซนของฝากจากท้องถิ่น รวบรวมของอร่อยจากทั่วทุกภูมิภาค มาร่วมออกร้านสร้างความหลากหลายFun Lively การประกวดเต้นบาสะโลบ “รุ่นใหม่ปะทะรุ่นใหญ่” /การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “เอ๊ะ จิรากร” และ “ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ” /รำวงย้อนยุคแบบไทย/การละเล่นชุดกลองยาว/นวดผ่อนคลาย/ การทำนายดวงชะตาแบบแปลกใหม่/ และร่วมกิจกรรมการแต่งกายแบบวิถีพื้นบ้านประยุกต์ ตามชื่องาน “ไทยเฟี้ยวบายกาญจนบุรี” ในธีม “นุ่งสไบใส่ยีนส์”Activiity Workshop สอนการทำเมนูอาหารสูตรรังสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อมอบให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้นำไปต่อยอดสร้างรายได้ โดยเชฟที่มีชื่อเสียง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3151887

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญเที่ยวงาน “Thai Feaw By Kanchanaburi”

สมบัติชาติ! วัฒนธรรม จ.สงขลาทวง “ผ้าพระบฏ” จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง หลังยืมไปนานถึง 5 ปีไม่ยอมคืน

วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ขอทวงคืน “ผ้าพระบฏ” 4 ผืนสำคัญสมัยอยุธยาตอนปลาย-รัตนโกสินทร์ตอนต้น จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดังกลับคืน หลังขอยืมไปคัดลอกนาน 5 ปี

วันนี้ (6 ส.ค.) นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “ขอทวงคืนผ้าพระบฏกลับสู่สงขลา” โดยระบุว่า ได้รับมอบหมายจากวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาให้เป็นธุระในการทวงคืนผ้าพระบฏสำคัญ สมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยด้านศิลปะดังย่านท่าช้างได้ยืมไปคัดลอกอย่างน้อย 4 ผืน จากวัดถ้ำตลอดและวัดคูหาใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นเวลานานถึง 5 ปีแล้ว ประชาชนจังหวัดสงขลาขอทวงคืน    

“การที่อาจารย์ท่านดังกล่าวยืมไปคัดลอกถึง 5 ปีนั้น นานเกินไป และสมบัตินี้เป็นสมบัติชาติ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น แม้ว่าท่านจะอ้างว่าคัดลอกยังไม่เสร็จหรืออย่างใด ท่านไม่มีสิทธิโยกโย้อีกต่อไป อาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มี 2 ท่าน ขอให้ติดต่อเพื่อประสานคืนที่ผมภายในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.2563 หากท่านไม่ติดต่อมา ผมจะดำเนินการต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามให้บุคคลต่างๆ มาขอคืนแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด อีกทั้งยังทราบว่าอาจารย์ท่านดังกล่าวมีบารมีรู้จักเจ้าใหญ่นายโตจำนวนมากจึงไม่มีใครกล้าทวงคืน” นายวรา ระบุ

นายวรา ยังระบุด้วยว่า ผ้าพระบฏผืนที่นำมาแสดงนี้เป็น 1 ใน 4 ผืน ผืนนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และถือว่างดงามสมบูรณ์ที่สุดในภาคใต้ เขียนเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ส่วนอีก 3 ผืนทราบว่า เป็นสมัยรัชกาลที่ 1 หรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งสำคัญมากอีกเช่นกัน โดยผ้าพระบฏแต่ละผืนมีความยาวประมาณ 2-3 เมตร

ที่มา https://mgronline.com/south/detail/9630000080608

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สมบัติชาติ! วัฒนธรรม จ.สงขลาทวง “ผ้าพระบฏ” จากอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง หลังยืมไปนานถึง 5 ปีไม่ยอมคืน

วธ.ร่วมมือกับเครือข่ายศิลปิน จัด “งานวัฒนธรรม ร่วมใจ รวมไทย สร้างชาติ” ฟื้นฟูหลังโควิด-19

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานประชุมหารือเพื่อกำหนดรูปแบบแนวทางการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แทนจากสมาคมศิลปะการแสดงในเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรม อาทิ สมาคมเพลงพื้นบ้านภาคกลางประเทศไทย สมาพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย สมาคมอุปราคมจีน สมาคมกลองและศิลปะล้านนา สมาคมลิเกประเทศไทย สมาคมหมอลำอีสาน สมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ๑  ชั้น ๘ กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้

ปลัด วธ. กล่าวว่า  ขอขอบคุณและชื่นชมที่กลุ่มศิลปินต่างๆ ทุกภูมิภาค แม้ช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ศิลปินก็ตกอยู่ในภาวะวิกฤต ไม่มีการจ้างงาน ขาดรายได้เช่นกัน ก็ยังให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลและ วธ. ในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับการป้องกันเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านเนื้อหาเพลงทุกภูมิภาคทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ  เมื่อขณะนี้สถานการณ์คลี่คลาย ทางนโยบายรัฐบาลให้มีการผ่อนคลาย วธ. จึงมีแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเครือข่ายศิลปินทั่วประเทศ โดย วธ.ร่วมมือกับสมาคมศิลปะการแสดงในเครือข่ายทุกภูมิภาค จัดงานมหกรรมวัฒนธรรม ภายใต้ชื่องานวัฒนธรรม ร่วมใจ รวมไทย สร้างชาติ เน้นเปิดเวทีให้ศิลปินทุกแขนงมาจัดแสดง เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับศาสนา เศรษฐกิจพอเพียงและวิถีวัฒนธรรมไทย

โดยการช่วยเหลือเยียวยาแบ่งเป็น 3 ระยะที่ 1.จัดส่วนกลางที่ลานวัฒนธรรม วธ. ช่วงเดือนกันยายน 2563 เปิดเวทีให้ศิลปินทุกภูมิภาคมาร่วมจัดแสดงให้ประชาชนได้รับฟัง ระยะที่ 2. จัดงานตามภูมิภาคต่างๆ อาทิ จังหวัดสุราษฎร์ธานี น่าน ยโสธร ชลบุรี เป็นต้น โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป้าหมายเร่งหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงความพร้อมและรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดนั้นๆ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ศิลปิน และให้ความบันเทิงเยียวยาประชาชน  ระยะที่ 3.ให้ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจัดทำแผนดำเนินการโครงการกิจกรรมเพื่อขอรับการเยียวยาฟื้นฟูในระยะยาวภายใต้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ทั้งนี้การทำงานร่วมกันทั้ง 3 ระยะ จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง วธ. และศิลปินไปด้วยกัน แบบช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เป็นเจ้าภาพร่วมกันโดยต้องเน้นความปลอดภัย เว้นระยะห่าง มีระบบป้องกันโควิด-19 ตามที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนด

ที่มา https://www.thairnews.com/

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน วธ.ร่วมมือกับเครือข่ายศิลปิน จัด “งานวัฒนธรรม ร่วมใจ รวมไทย สร้างชาติ” ฟื้นฟูหลังโควิด-19

กรมศิลปากรขุดพบ “แผ่นฤกษ์สมัยทวารวดี” ที่โบราณสถานโคกแจง จังหวัดนครปฐม

นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการขุดแต่งโบราณสถานโคกแจง ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี ก่อด้วยอิฐ ขนาดความกว้างฐานด้านละ ๗.๒๐ เมตร และมีบันไดที่กึ่งกลางทั้ง ๔ ด้าน นับเป็นโบราณสถานที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานสำคัญหลายแห่งในเมืองโบราณนครปฐมที่เคยพบ

ก่อนหน้า จากการขุดแต่งพบว่าด้านบนสุดของโบราณสถานที่ชำรุดหักพัง มีลักษณะของหลุมที่กรุผนังด้วยแผ่นอิฐ นักโบราณคดีจึงขุดตรวจสอบลงไปจนถึงระดับความลึกที่ ๑.๒๐ เมตร ได้พบโบราณวัตถุที่น่าสนใจ คือ แผ่นดินเผาทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๖.๒ เซนติเมตร หนา ๑.๒ เซนติเมตร วางอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือภายในพื้นที่กรอบอิฐ แผ่นดินเผานี้มีการขีดช่องตารางคล้ายกับดวงฤกษ์แบ่งเป็น ๑๒ ช่องตามแนวรัศมี และขีดเส้นวงกลมซ้อนชั้นจากแกนกลางออกมาเป็นระยะ เกิดเส้นซ้อนทับกันเป็นช่องตารางย่อย ในแต่ละช่องตารางพบตัวอักษรจารกำกับอยู่เกือบทุกช่อง รวมถึงที่ขอบของแผ่นดินเผาก็ได้พบตัวอักษรจารึกเช่นกัน

นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ (ภาษา เอกสาร และหนังสือ) นายเทิม มีเต็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก (ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร) และนางศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ ได้พิจารณารูปอักษรในเบื้องต้นพบว่า มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มอักษรสมัยหลังปัลลวะ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔  อย่างไรก็ตาม การอ่านแปลและวิเคราะห์สาระในจารึก จำเป็นต้องพิจารณาจากอักษรที่มีทั้งหมด ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายหลังจากโบราณวัตถุได้ผ่านกระบวนการอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์ให้มีความแข็งแรง

การค้นพบในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่เป็นการค้นพบแผ่นฤกษ์ทรงกลมที่มีการจารึกตัวอักษรในวัฒนธรรมทวารวดีในประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมเคยได้พบหลักฐานแผ่นอิฐที่สันนิษฐานว่าเป็นอิฐฤกษ์ที่เจดีย์จุลประโทน จ.นครปฐม เป็นอิฐที่มีการทำลวดลายพิเศษ และที่เจดีย์หมายเลข ๑ เมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นอิฐที่ตกแต่งด้วยการเขียนสีเป็นลวดลาย การค้นพบแผ่นฤกษ์มีตัวอักษรที่ใจกลางโบราณสถานโคกแจง จึงเป็นหลักฐานใหม่ที่จะช่วยให้การศึกษาทางโบราณคดีในส่วนของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับโบราณสถานในวัฒนธรรมทวารวดีก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง  ปัจจุบันสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้เคลื่อนย้ายแผ่นดินเผานี้ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ดำเนินการอนุรักษ์ตามกระบวนการ หลังจากนั้นจะได้นำไปศึกษาวิเคราะห์รูปแบบอักษรที่จารึก และการศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา https://www.thairnews.com/

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กรมศิลปากรขุดพบ “แผ่นฤกษ์สมัยทวารวดี” ที่โบราณสถานโคกแจง จังหวัดนครปฐม

ชวนไทยเที่ยวไทย น่านจัดมหกรรม”วิถีถิ่นสืบสานศิลป์”ท่องเที่ยวยั่งยืน

น่านจัดมหกรรม”วิถีถิ่น สืบสานศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดน่าน” 17-18 ก.ค.นี้ที่ข่วงเมืองน่าน พบกับกิจกรรมหลากหลาย ทั้งภูมิปัญญา-ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม   

ปลุก”ไทยเที่ยวไทย” น่านจัดมหกรรม”วิถีถิ่น สืบสานศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดน่าน” พบกับกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน-โอทอป อาทิ ผ้าพื้นเมือง เครื่องเงิน อาหารถิ่น   ระหว่าง17-18 ก.ค.นี้ที่ข่วงเมืองน่าน 

เพจเฟซบุ๊กสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน เชิญชวนเที่ยวงาน”มหกรรมวิถีถิ่น สืบสานศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดน่าน”  ภายใต้โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เจริญเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ระหว่าง วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2563 ณ ข่วงเมืองน่าน ตั้งแต่เวลา 09.00 น.-21.00 น. 

พบกับกิจกรรมหลากหลายในงาน อาทิ
    -กิจกรรมร้อยดวงใจเทิดไท้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    -กิจกรรมข่วงผญ๋าภูมิปัญญาท้องถิ่นน่าน
    -กิจกรรมวิจิตรตราภูษา งามล้ำค่าภูมิปัญญาไทย
    -กิจกรรมสืบสานอาหารพื้นถิ่นของกินเมืองน่าน
    -ชมการแสดงทางวัฒนธรรมจังหวัดน่าน กว่า 20 การแสดง 
    -ร่วมชม ชิม ช้อป สินค้าทางวัฒนธรรมจังหวัดน่าน กว่า 20 ผู้ประกอบการร้านค้า
    -การจำหน่ายสินค้าชุมชน  สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป  การจำหน่ายอาหารพื้นเมือง  ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ เครื่องเงิน
    -วิสาหกิจชุมชน และสินค้าโอทอป 
    รับส่วนลดสินค้า และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่มา https://www.thansettakij.com/content/normal_news/441456

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ชวนไทยเที่ยวไทย น่านจัดมหกรรม”วิถีถิ่นสืบสานศิลป์”ท่องเที่ยวยั่งยืน

ชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม บุก วธ.จี้แก้ปัญหาการทำลายโบราณสถาน

ชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม บุก วธ.ยื่นหนังสือถึง รมว.วัฒนธรรม จี้แก้ปัญหาการทำลายโบราณสถานในประเทศไทย วอนให้กรมศิลป์เร่งบูรณะโบสถ์วัดราชาฯ เหตุน้ำรั่วซึม

ที่กระทรวงวัฒนธรรม นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม มายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง ขอให้ผลักดันแก้ปัญหาการทำลายโบราณสถานในประเทศไทย พร้อมส่งตัวอย่างภาพความเสียหายของโบราณสถาน โดยมี นายประดิษฐ์ โปซิว ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายสตวัน ฮ่มซ้าย รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้รับหนังสือ

ทั้งนี้ ในหนังสือเปิดผนึกมีใจความว่า จากการที่มีโบราณสถานในประเทศไทยถูกทำลาย หรือถูกทำให้เสียหายครั้งแล้วครั้งเล่าต่อเนื่องนับศตวรรษ จะด้วยสาเหตุแห่งความไม่รู้, หน่วยงานที่รับผิดชอบละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, การมีผลประโยชน์แอบแฝงก็ตาม หรือสาเหตุใดก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้วมีอย่างน้อย 2 หน่วยงานภายใต้การกำกับของท่านเป็นผู้ดูแล คือ
กรมศิลปากรและกรมการศาสนา โดยมีหน่วยงานต่างกระทรวงเกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้และกรมธนารักษ์ เป็นต้น

การดูแลรักษาโบราณสถานทุกรูปแบบเป็นการรักษารากเหง้า ฉายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความ
เป็นมา วิถีชีวิต ร่องรอยทางอารยธรรมและพัฒนาการของชาติ ชุมชน สังคม ซึ่งนานาอารยประเทศต่างหวงแหนให้ความสำคัญ โตยประเทศของเราโชคดีที่มีความอุดมหลากหลายด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี มีสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม โบสถ์วิหาร อันทรงคุณค่ามากมาย แม้ว่าจะมีความทับซ้อนในทางปฏิบัติที่จะดูแลโบราณสถาน แต่ก็มิใช่อุปสรรคที่จะบริหารจัดการไม่ได้ และหน่วยงานที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานให้เกิดความร่วมมือหรือทางออกในการอนุรักษ์ทั้งในเรื่องนโยบาย งบประมาณ ตลอดจนการดำเนินงาน ก็คือ กระทรวงวัฒนธรรม

ชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม จึงขอเรียนมายังท่านในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง เพื่อโปรด
พิจารณาดำเนินการในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 5 ประเด็น คือ 1. โปรดสั่งการให้กรมศิลปากรเร่งขึ้นทะเบียนโบราณสถานทั่วประเทศโดยเร็วที่สุดอย่าประวิงเวลา 2. โปรดสั่งการให้กรมศิลปากรเคร่งครัดในการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ทำลายโบราณสถาน อาทิที่ อาคารโบราณสถานบอมเบย์เบอร์ม่า ในจังหวัดแพร่ ที่ถูกทุบทำลายทั้งหลัง สิมโบราณ ที่ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งถูกแปลงสภาพปรับเปลี่ยนเป็นสีชมพู หรือที่วัดบางด้วนนอก ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้ทำลายพระพุทธรูปสมัยอยุธยา และทุบอุโบสถเก่าทิ้งทั้งหลัง เป็นต้น 3. ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม ประสานความร่วมมือหาทางออกในข้อขัดแย้ง หรืออุปสรรคอื่นใด ทีคาบเกี่ยวความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานในการประกาศให้เป็นโบราณสถาน หรือการอนุรักษ์โบราณสถาน

4. จากข้อจำกัดในการดำเนินงานต่างๆ ของกรมศิลปากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณเวลา
หรือบุคลากร จึงขอให้เร่งสร้างซ่องทางเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล หรือบูรณโบราณสถานตามสิทธิที่ระบุในรัฐธรรมนูญ บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ฟื้นฟูหรือส่งเสริมภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ (มาตรา 43) โดยกรมศิลปากรทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา หรือพี่เลี้ยงเรื่องความถูกต้องในการดูแลบูรณะ และ 5. โปรดแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ หรืออื่นๆ ที่เป็นการรวบอำนาจไปที่อธิบดีกรมศิลปากร เพราะเป็นอุปสรรค ส่งผลต่อประลิทธิภาพของการดำเนินงาน และบางครั้งอาจมีข้อสงสัยในเรื่องความโปร่งใส

หากมีประเด็นตกหล่น หรือมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง ก็ขอท่านได้โปรดอำนวยการเพื่อนำไปสู่
การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายหลักที่ขัดเจน คือ นับจากวันนี้จะต้องไม่มีโบราณสถานอื่นใดในประเทศไทยถูกทำลายอีก

นายวรา กล่าวฝากเรื่องการบูรณะพระอุโบสถวัดราชาธิวาส ว่า ถูกน้ำเซาะซึมมานานแล้ว ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน จะทำให้ผนัง และเพดาน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ร่างแบบแล้วให้ นายช่างเอก ชาวอิตาลี ที่ทำงานในประเทศไทย เป็นคนระบายสี ซึ่งไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ จะต้องรักษาเอาไว้ ซึ่งเชื่อว่าวัดราชาฯมีเงิน ขอฝากให้ทุกฝ่ายช่วยเข้าไปจัดการบูรณะ เพื่อป้องกันการเสียหายด้วย

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีอาคารโบราณสถานบอมเบย์เบอร์ม่า จังหวัดแพร่ ที่ถูกรื้อไปนั้น กรมศิลป์มีช่างฝีมือ เชื่อว่า จะสามารถทำกลับได้ แต่จะทำให้เหมือนเดิม 100% คงเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำให้ใกล้เคียงกับของเดิมให้มากที่สุด และในส่วนของรากฐานจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญ การทำลายโบราณสถาน ก็คือ กฎหมาย พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ใช้มานานและเขียนกว้างๆ ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ก็เห็นปัญหาเรื่องนี้ พยายามยกร่างกฎหมายหลายครั้ง จึงเกิดความล่าช้า นอกจากนี้ คนที่ครอบครองโบราณสถานเข้าไม่รู้ว่าตัวเองครอบครองอยู่ อีกอย่างการขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากรก็ต้องใช้เวลาในการสำรวจนาน เพราะว่ามีพื้นที่ในความดูแลจำนวนมาก ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ซึ่ง วธ.ตระหนักดี เราเน้นแก้ไข ส่วนการดำเนินคดีแก้ผู้ทุบทำลาย ขอยืนยันว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตรวจสอบกฎหมาย กรมศิลปากร เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ แต่ไม่มีอำนาจไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานปกครอง ซึ่งกรมศิลปากร ทำได้เพียงแจ้งตำรวจ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเท่านั้น

“ในปีหน้า จะของบฟื้นฟูโบราณสถาน โบราณวัตถุ และแก้ไข พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งที่ท่านเสนอเป็นสิ่งที่ถูกใจกระทรวงวัฒนธรรม ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีความรักความหวงแหนในโบราณสถาน โบราณวัตถุ ในเรื่องของวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จะคงอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป และเชื่อว่าข้อเสนอนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะนำไปทำเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้” นายประดิษฐ์ กล่าว

ที่มา https://mgronline.com/qol/detail/9630000065205

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม บุก วธ.จี้แก้ปัญหาการทำลายโบราณสถาน